ชาวสวนยางได้ยิ้มออกแล้ว

AdminTue 23 Jul 2019
0
ชาวสวนยางได้ยิ้มออกแล้ว

 เมื่อนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าได้นำนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” มาเป็นแนวทางแก้ไขราคายางตกต่ำ เริ่มต้นจากที่กระทรวงเกษตรฯ เป็นเจ้าภาพจัดงานจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ที่จังหวัดกระบี่และตรังในโครงการสร้างเสริมศักยภาพเพื่อขยายตลาดคู่ค้ายางพาราไทย ระหว่างผู้ประกอบกิจการยางพาราจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงกลุ่มประเทศตลาดใหม่ ได้แก่ เม็กซิโก เกาหลีใต้ ศรีลังกา อินเดีย ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน เป็นต้น กับกลุ่มสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 30 สถาบันส่งผลให้มีการสั่งซื้อยางจากกลุ่มสถาบันเกษตรกรและกยท.

คิดเป็น 57% ของจำนวนบริษัททั้งหมดที่เข้าร่วมการจับคู่เจรจาธุรกิจ สั่งจองยางหลายประเภท ได้แก่ น้ำยางข้น ยางเครปขาว ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง เป็นต้น รวมปริมาณกว่าเดือนละ 58,000 ตัน หรือ 696,000 ตันต่อปี นับว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง 

นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมให้มีการแปรรูปยางภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาการส่งออก ซึ่งในปี 2561-2562 ขอความร่วมมือกระทรวงการคลังจัดแคมเปญส่งเสริมการใช้ยางล้อที่ผลิตด้วยยางพาราในประเทศเพื่อนำไปลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งประชาชนสนใจนำรถไปเปลี่ยนยางล้อจากผู้ผลิตที่ร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ควบคู่กับนโยบายส่งเสริมการนำยางพาราไปแปรรูป นอกจากยางล้อแล้ว ยังมีถุงมือยาง รองเท้าเครื่องนอน สายพานลำเลียง แผ่นรองรางรถไฟ ท่อยาง อุปกรณ์จราจร บล็อคตัวหนอนสำหรับปูพื้นสนามกีฬา สนามเด็กเล่น และทางเท้า เป็นต้น โดยจูงใจทั้งบริษัทสัญชาติไทยและบริษัทจากต่างประเทศให้ลงทุนตั้งโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา ซึ่งรัฐจะมอบสิทธิประโยชน์ให้ในลักษณะเดียวกับการส่งเสริมการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

 

สำหรับโครงการสร้างทำถนนพาราซอยซีเมนต์นั้น ขณะนี้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศได้อนุมัติเทศบัญญัติและข้อบัญญัติจังหวัดงบประมาณปี 2562 เพิ่มเติมให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาลสามารถใช้งบท้องถิ่นทำถนนพาราซอยซีเมนต์ในพื้นที่ชนบทได้แล้ว

 

นายกฤษฎากล่าวว่า หากมาตรการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศมากขึ้นโดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ แล้วลดทั้งพื้นที่สวนยางและปริมาณการส่งออกยางวัตถุดิบ แล้วนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จะเพิ่มมูลค่าแก่ยางพาราได้หลายเท่าตัว ซึ่งมั่นใจว่า ราคายางจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากประเทศคู่ค้าสำคัญคือ จีน ตลอดจนประเทศผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพาราอื่นๆ จะต้องวางแผนสั่งซื้อยางวัตถุดิบจากตลาดล่วงหน้าที่สำคัญได้แก่ ตลาดไซคอม (สิงคโปร์) ตลาดโตคอม (ญี่ปุ่น) หากทราบว่า ปริมาณยางวัตถุดิบในตลาดโลกจะลดลง ผู้ผลิตเหล่านี้ต้องซื้อไปเก็บสต็อกไว้ เป็นปัจจัยให้ราคาซื้อขายทั้งในตลาดล่วงหน้าสูงขึ้น ส่งผลให้ราคารับซื้อในประเทศสูงตามไปด้วย ทั้งนี้แผนงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่วางไว้ทั้งหมดมุ่งหวังที่จะลดผลผลิตยางในอนาคต ให้ไม่เกิน 4 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะทำให้ราคายางพาราของไทยมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน

#Roundtable

#Roundtablethailand

#ข่าวเศรษฐกิจRT

ภาพ: >tantai24.blogspot.com

ที่มา: http://www.komchadluek.net/news/regional/374358?fbclid=IwAR26eS92CS_4cm7ZYdwNl7c-UtIk8sCQNWyRoVfIwXsSeB15tph-I9WiGrM

 

Related stories