ชีวิตสองขั้วของสองมหาเศรษฐี แจ็ค หม่า VS ลีกาชิง

AdminFri 31 Jan 2020
0
ชีวิตสองขั้วของสองมหาเศรษฐี แจ็ค หม่า VS ลีกาชิง

>#บทความพิเศษ โดย Pat Hemasuk ที่จะพาคุณไปรู้จักตัวตนของมหาเศรษฐีของโลกสองคน... แจ็ค หม่า และ ลีกาชิง ที่มีปรัชญาชีวิตและคุณธรรมคนละขั้ว...

***********************************************************

วันที่ 10 กันยายนที่เพิ่งผ่านมานี้ เป็นวันเกิดของ แจ็ค หม่า อายุครบ 55 ปี และเป็นวันที่ก่อตั้งอาลีบาบาครบ 20 ปี แจ็ค หม่า
ประกาศว่าจะลงจากเก้าอี้ตำแหน่งประธานของอาลีบาบา และออกไปใช้ชีวิตตามที่ตัวเองอยากจะทำ โดยที่ตัวของหม่าเอง
เคยบอกเอาไว้ว่าอยากทำงานด้านการศึกษาที่เคยเป็นงานแรกของเขาสมัยยังเป็นครูสอนภาษาอังกฤษจน ๆ คนหนึ่ง


แจ็ค หม่า หรือ หม่า หยุน อยู่ในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก เรียนไม่ได้เรื่องสักเท่าไรเคยเรียนซ้ำขั้นเสียด้วยซ้ำไป
แต่มีความมุ่งมั่นสูงมากที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยปั่นจักรยานไปเสนอตัวเป็นไกด์ให้ต่างชาติตามโรงแรมต่าง ๆ ทุกเข้า
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของชื่อ แจ็ค ที่ได้มา แม้ว่าจะเรียนไม่เก่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่ติดถึงสองรอบแต่ก็ได้เรียน
ที่มหาวิทยาลัยที่หางโจวจนได้ เมื่อเรียนจบมาแล้วก็สมัครงานตามที่ต่าง ๆ ก็ไม่ได้งานทำ แม้กระทั่งสมัครงานที่ KFC
ก็ไม่ได้งาน ขณะที่คนอื่นได้งานกันทุกคน แต่นั่นคือการฝึกฝนให้แจ๊กหม่า แกร่งขึ้นมาอย่างช้า ๆ


ในที่สุดก็ได้งานสอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยหางโจวเตี้ยจื่อ เงินเดือนน้อยมาก หลังจากสอนอยู่ 5 ปีก็ลาออกมา
ไปทำงานที่สหรัฐอเมริกา และนั่นก็เป็นจุดให้ แจ็ค หม่าได้รู้จักกับอินเตอร์เน็ตและศักยภาพของระบบสื่อสารข้อมูล
เมื่อกลับมาประเทศจีนอีกครั้งก็ตัดสินใจทำเว็บไดเร็คทอรีเหมือนสมุดหน้าเหลืองที่รวบรวมข้อมูลทางธุรกิจของจีนที่เวลานั้น
ยังไม่มีใครทำเอาไว้ด้วยทุนเริ่มแรกเพียง 6 แสนบาทที่ระดมทุนมาจากเพื่อน ๆ ที่ต่อมาก็ประสพความสำเร็จมาก
ใครจะซื้ออะไรติดต่ออะไรก็เข้าเว็บติดต่อกับธุรกิจนั้นง่าย ๆ จนรัฐบาลเข้ามาเป็นหุ้นส่วนด้วย นั่นคือเงิน 24 ล้านบาทแรก
ที่บริษัทของแจ็ค หม่าได้มาจากธุรกิจ ต่อมาได้ขายหุ้นให้รัฐบาลทั้งหมดและออกมาทำธุรกิจของตัวเองนั่นคือจุดเริ่มต้
นของอาลีบาบา

เวลานี้ แจ็ค หม่า มีทรัพย์สินประมาณ 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์ รวยอันดับหนึ่งของจีนและอันดับที่ 21 ของโลก สิ่งที่หม่าหวังว่า
จะได้ทำคือการลงจากเก้าอี้แล้วบริษัทยังอยู่ได้และยังอยู่ดี เพราะคนที่จะเข้ามารับหน้าที่แทนนั้นคือมือพระกาฬทั้งนั้นเช่น
แดเนียล จาง, แมกกี้ วู และ โจเซฟ ไช่ ที่ทำงานมาตั้งแต่ร่วมก่อตั้งบริษัท ให้รับช่วงอาลีบาบาไปรวมถึง เถาเป่า ทีมอลล์
และ อาลีเพย์ บริษัทที่ทำให้เมืองจีนเกือบจะไร้เงินสดในการซื้อขาย และกิจการอื่น ๆ ที่ขยายงานและซื้อเข้ามาเพิ่มเช่น
กิจการด้านโลจิสติกส์, ระบบคลาวด์, สำนักข่าวเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์, ลาซาด้า, พิซซ่าฮัต แม้กระทั่งซื้อสาขา KFC
ในประเทศจีนทั้งหมดที่เคยปฎิเสธไม่รับ แจ็ค หม่า เข้าทำงานมาแล้ว


ชีวิตของแจ็ค หม่านั้นบริจาคเงินนับแสนล้านเพื่อการกุศล โดยนำกำไรของอาลีบาบาส่วนหนึ่งไปช่วยการศึกษาในชนบท
โรงพยาบาล สิ่งแวดล้อม รวมถึงให้เผื่อแผ่ไปจนถึงประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก และบริจาคหุ้นของอาลีบาบา 2% มีค่าหลาย
หมื่นล้านหยวนให้เป็นกองทุนเพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม


สิ่งที่ แจ็ค หม่า ทำนั้นความร่ำรวยทุกหยวนนั้นอยู่ที่เมืองจีน แจ็ค หม่า ไม่เคยผันเงินส่วนตัวออกไปนอกประเทศ
เพราะชีวิตของ แจ็ค หม่า นั้นไม่มีอะไรเป็นสีเทาหรือมีธุรกิจดำมืดที่ต้องซ่อนเงิน และที่สำคัญคือรัฐบาลจีนนั้นมอง
แจ็ค หม่า คือสินทรัพย์ในรูปของทรัพยากรบุคคลของชาติ

�แต่กลับกันกับ ลีกาชิง หรือ ลี่เกียเซ้ง ในภาษาแต้จิ๋วมหาเศรษฐีที่รวยอันดับหนึ่งของฮ่องกงด้วยสินทรัพย์ 34,000
ล้านดอลลาร์ ที่อายุ 89 ปีแล้วก็ยังไม่เลิกทำงาน ลีกาชิง นั้นเกิดบนจีนแผ่นดินใหญ่ เรียนไม่สูงจะบอกว่าเกือบไร้การศึกษา
ก็ว่าได้เพราะออกมาจากโรงเรียนก่อนมัธยมต้น ในช่วงสงครามจีนลีกาชิงและครอบครัวหนีภัยสงครามระเหเร่ร่อน
มาอยู่ที่ฮ่องกง ชีวิตเรียกว่าไม่มีทุนอะไรเลยก็ว่าได้ เมื่ออายุ 13 ปีหลังพ่อเสียชีวิตก็ต้องออกมาทำงานโรงงานขายแรงงาน
ไปเรื่อย ๆ ต่อมาก็จับงานขายนาฬิกา ต่อมาก็จับงานขายดอกไม้พลาสติกเพื่อเลี้ยงชีพ ทำงานในโรงงานพลาสติก
ทำงานหนักวันละ 16-20 ชั่วโมงเกือบจะไม่มีวันหยุด แต่นั่นคือจุดที่เขาได้เรียนรู้งานในโรงงานเกือบทุกอย่าง ต่อมา
เขาก็ตั้งโรงงานทำพลาสติกเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำหวีทำกล่องสบู่ชื่อฉางเจียง ซึ่งตอนแรกนั้นไม่ได้กำไรอะไรมากนัก
จนกลับไปทำดอกไม้พลาสติกเหมือนที่เคยทำมาครั้งเป็นลูกจ้างแต่ก็ใช้เทคนิกการค้าลดแลกแจกแถมจนมีลูกค้ามากขึ้น
ก็ขยายโรงงานไปเรื่อย ๆ จนขยายใหญ่เป็นโรงงานดอกไม้พลาสติกที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย

�ซึ่งแรงงานในโรงงานดอกไม้นั้นไม่ได้กินดีอยู่ดีแต่ประการใดเกือบจะเป็นแรงงานที่พอมีกินไปวัน ๆ เท่านั้น
และทำงานหนักไม่ต่างกับที่เขาเคยทำมาในสมัยวัยเยาว์ จนโดนยุโรปแอนตี้ดอกไม้พลาสติกเอาเลยในที่สุด เพราะมีสารคดี
แรงงานทาสออกมาและโรงงานดอกไม้พลาสติกก็อยู่ในข่ายนั้นด้วย ต่อมาเมื่อยอดขายไปต่างประเทศตกและมีคู่แข่ง
มากขึ้นก็ขายกิจการทิ้งไป และเอาเงินที่ได้มาเป็นบันไดก้าวมาสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อที่ดินสวนทางกับคนอื่น
ที่ขายออกมาเพราะไม่มั่นใจในจีนช่วงเปลี่ยนถ่ายอำนาจและสภาพเศรษฐกิจตกต่ำในฮ่องกง

เมื่อจีนนิ่งขึ้นที่ดินก็มีราคาทำให้ลีกาชิงรวยเพิ่มขึ้นอีกมหาศาลทำให้เขามีทุนในการซื้อที่ดินเพิ่มต่อไปอีกเรื่อย ๆ
ในนามของบริษัทพัฒนาพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ เฉินกงโฮลดิ้ง ทำอาคารพักอาศัยสูงเป็นแฟลตสูง 10 ชั้น 20 ชั้นหลายสิบแห่ง
เรียกว่าแฟลตส่วนใหญ่ในฮ่องกงและเกาลูน และขยายงานไปทำกิจการท่าเรือโดยประมูลการบริหารท่าเรือ เทอร์มินัล 6
ซึ่งใหญ่ที่สุดในฮ่องกงได้ ต่อมาก็ซื้อบริษัทพัฒนาที่ดินของอังกฤษที่ขายทิ้งออกมาในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งสิ่งที่ได้มาคือ
โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน ถนนต่าง ๆ รถเมล์ รถใต้ดิน ธนาคาร ธุรกิจประกันภัย และที่อยู่อาศัยในฮ่องกง จนสามารถ
เรียกได้ว่าในยุคนั้นที่อยู่อาศัยในฮ่องกงเป็นของลีกาชิงเกือบทั้งหมดก็ว่าได้ ธุรกิจยังต่อยอดออกไปอีกครอบคลุมถึง
การสื่อสารโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ต พลังงาน ตู้คอนเทนเนอร์ เรือเดินทะเล และค้าปลีกไปทั่วโลก จนเวลานี้
มีพนักงานทั่วโลกกว่าแสนคนที่อยู่ในเครือบริษัท ซีเค ฮัทชิสันโฮลดิ้ง และซีเค แอสเซต โฮลดิ้ง

แต่สิ่งหนึ่งที่ ลีกาชิงทำ คือทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง ทุกวันนี้ ลีกาชิง ไม่ได้ถือพาสปอร์ตของฮ่องกง แต่ถือของแคนาดา
หรืออาจจะเป็นของบริติชเวอร์จิ้นของอังกฤษ ทรัพย์สินที่มีอยู่ก็โอนย้ายไปต่างประเทศหมดในรูปของบริษัทโฮลดิ้ง
ของต่างชาติที่ถือครองทรัพย์สินในฮ่องกงและกิจการท่าเรือในแผ่นดินใหญ่ เหลือเป็นบริษัทที่ติดอยู่ในฮ่องกงไม่ถึง
สิบเปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์ที่มีอยู่ ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ครองอสังหาฯ รายใหญ่ของฮ่องกงก็ตามแต่ก็ถือครองโดยโฮลดิ้ง
ของลีกาชิงที่ไม่ได้อยู่ที่ฮ่องกง


อายุมากขนาดนี้ก็ยังไม่หยุดทำงาน ลีกาชิง ประกาศวางมือทางธุรกิจในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และให้ วิกเตอร์ ลี
ลูกชายคนโตรับดูแลต่อ ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะทิ้งอำนาจการบริหารไป เพียงแต่เป็นการสับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง
ในการบริหารภายใต้กลุ่ม ซีเค ฮัทชิสันโฮลดิ้ง ตัวใหญ่และตัวรองของลีกาชิงนั่นเอง

ดูเหมือน ลีกาซิง จะใช้ชีวิตสวนทางกับ แจ็ค หม่า ที่หยุดการทำงานเริ่มตามหาฝันของตัวเองเมื่ออายุ 55 แต่ลีกาซิงกลับ
ทำงานไม่หยุดแม้อายุจะ 90 ในปีนี้ และแจ็ค หม่าคือคนที่รัฐบาลจีนให้เกียรติในเรื่องของการเติบโตของอาลีบาบาและบริษัท
ในเครือพร้อมกับการพัฒนาประเทศ แต่ลีกาชิงนั้นสูบเอาเงินจากเกาะฮ่องกงออกไปนอกเกาะฮ่องกงผ่านบริษัทโฮลดิ้ง
ของตัวเอง จะบอกว่าคนฮ่องกงที่รายได้น้อยต้องอยู่ในบ้านกรงหมานั้นส่วนหนึ่งเกิดจากลีกาชิงที่ถือครองที่พักอาศัย
เกือบทั้งเกาะผ่าน เฉินกงโฮลดิ้ง และ ฮัตชิสัน แวมเพา ตั้งแต่ยุคก่อนคืนเกาะฮ่องกงสู่จีนก็ว่าได้ เพราะการครอบครอง
ที่ดินและปั่นราคาอสังหาฯ ของลีกาชิงจนคนธรรมดาหากินตลอดชีวิตก็ไม่มีทางมีห้องคอนโดเล็ก ๆ ของตัวเอง

�และม็อบฮ่องกงในเวลานี้เปิดหน้าเป็นที่รู้กันว่าหนึ่งในผู้สนับสนุนรายใหญ่คือลีกาชิง จดหมายเปิดผนึกที่ดูแล้วดีต่อฮ่องกง
ของลีกาชิงที่แชร์กันบนโซเชียลในเมืองไทยเมื่อสองสัปดาห์ก่อนนั่นคือของปลอม เพราะไม่มีต้นฉบับที่มาที่ไปทั้งใน
โซเชียลของฮ่องกงและจีนเลยทั้งสิ้น และนักธุรกิจที่สนิทสนมกับอังกฤษและอเมริกาที่สุดก็คือลีกาชิงนี่แหละ เพราะค้าขาย
ทำธุรกิจอสังหาฯ และสาธารณูปโภคกันมาตั้งแต่ยังเป็นยุคอาณานิคม ที่เวลานั้นก็ถือว่าลีกาชิงรวยอันดับต้นของ
เกาะฮ่องกงแล้ว และลีกาชิงยังย้ายทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปต่างประเทศตั้งแต่ก่อนจะคืนเกาะฮ่องกงให้จีนเสียอีก
ดังนั้นเกาะฮ่องกงจะล้มก็ไม่เดือดร้อน แต่ถ้าฮ่องกงสามารถลดอิทธิพลของจีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดอำนาจของ
ผู้บริหารออกไปได้ในช่วงเวลาที่เหลือในสัญญาหนึ่งประเทศสองระบบ 50 ปี ธุรกิจของ ซีเค ฮัทชิสันโฮลดิ้ง และลีกาชิง
ก็จะรวยเพิ่มขึ้นอีกจากศักยภาพของอสังหาที่มีอยู่เดิมในมือ

�ชีวิตสองขั้วของสองมหาเศรษฐี สองการใช้ชีวิต สองปรัชญาของการทำมาหากิน ในสายตาของคนจีนแล้ว
สองคนนี้คือ >#เทวดากับซาตาน เลยก็ว่าได้

>#roundtablethailand

Related stories