เกรต้า ธุนแบร์ก สาวน้อยผู้พิทักษ์โลก

AdminThu 26 Sep 2019
0
เกรต้า ธุนแบร์ก สาวน้อยผู้พิทักษ์โลก

 

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ณ ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก ที่ผ่านมา แม้นายกฯ ลุงตู่ ของเราจะไม่ได้สีสันอะไรมากนัก เพราะมีเพียงนักประชาธิปไตยรับจ้างประท้วงจำนวนหยิบมือไปยืนโชว์ป้ายสร้างสีสันเรียกร้องความสนใจ ทั้ง ๆ ที่ ตัวเองก็ไม่ทราบว่าประเทศไทยอยู่ตรงส่วนไหนของโลกใบนี้ แต่สปอตไลต์ทุกดวงก็ต้องส่องไปที่ เกรต้า ธุนแบร์ก สาวน้อยแอคทิวิสต์ชาวสวีเดน ซึ่งได้จุดกระแสประเด็นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปทั่วโลก ด้วยสุนทรพจน์กระฉ่อนโลก 

“นี่มันผิดไปหมด ฉันไม่ควรมาอยู่บนเวทีนี้ ฉันควรกลับไปเรียนหนังสือ ในอีกฟากฝั่งของมหาสมุทร แต่พวกคุณก็เดินทางมาหาความหวังจากพวกเรา เยาวชน คุณกล้าดีอย่างไร คุณขโมยเอาความฝันและวัยเด็กของเราด้วยความพูดจอมปลอม นี่ฉันถือว่าเป็นกลุ่มคนที่โชคดีแล้วนะ ผู้คนอยู่อย่างทรมาน คนบาดเจ็บล้มตาย และระบบนิเวศกำลังล้มลง เรากำลังจะสูญพันธุ์ แต่พวกคุณกลับพูดกันแต่เรื่องเงินๆ ทองๆ คุณกล้าดีอย่างไร” 

“วิทยาศาสตร์ตอบชัดเจนมากว่า 30 ปีแล้ว คุณกล้าดีมากที่ไม่ยอมให้ความสำคัญกับมัน แล้วยังมาบอกว่าพวกคุณทำดีพอแล้ว ทั้งๆ ที่คำตอบทางการเมืองยังไม่มีให้เห็น คุณพูดว่าคุณรับฟังและรับรู้ถึงปัญหาที่เร่งด่วน แต่ไม่ว่าฉันจะโกรธและเศร้าเพียงใด ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อว่าพวกคุณมันคือปีศาจ ที่รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร แต่ก็ยังล้มเหลวต่อการลงมือทำงาน” ธันเบิร์กกล่าวทั้งน้ำตา และเสียงปรบมือที่ดังสนั่นฮอลล์

สาวน้อย เกรต้า ธุนแบร์ก มีจุดยืนเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องตบมือให้กับพ่อแม่ของเธอด้วย ที่แม้เธอจะเกิดมาพร้อมกับอาการออทิสติก แต่พ่อและแม่ของเธอก็สนับสนุนในสิ่งที่ธุนแบร์ก ชื่นชอบมาตลอดจนกระทั่งเธอมายืนอยู่จุดนี้ได้ ประเด็นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ธุนแบร์กสนับสนุนมาตลอดนั้น ไม่ได้เฉพาะคำพูดสวยหรู แต่การกระทำของเธอนั้นชัดเจนเช่นกัน โดยการเดินทางจากยุโรปไปยังสหรัฐครั้งนี้ เธอเลี่ยงการเดินทางโดยเครื่องบินพาณิชย์ ด้วยเหตุผลที่ว่าการโดยสารเครื่องบินมีค่าการปล่อยมลพิษถึง 183,910 ปอนด์ต่อเที่ยวบิน เธอจึงเลือกเดินทางด้วยเรือแล่นเรือใบที่มีชื่อว่า Malizia II โดยออกเดินทางจากอังกฤษ ไปยังนครนิวยอร์ก ของสหรัฐ ใช้เวลาเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นเวลาถึง 15 วัน หากเทียบกับการโดยสารเครื่องบินพาณิชย์จะใช้เวลาเดินทางราว 8- 10 ชั่วโมงเท่านั้น

โดยหลังจากภารกิจที่นครนิวยอร์กของสหรัฐ ธุนแบร์กยังคงมีภารกิจเดินทางไปยังนครมอนทรีออล รัฐควิเบก ของแคนาดาเพื่อร่วมกิจกรรมเดินขบวนเรียกร้องการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ช่วงเดือนธันวาคม เธอยังมีกำหนดการเดินทางไปยังนครซานดิอาโก ของประเทศชิลี เพื่อร่วมประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติประจำปี 2019 หรือ COP25 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ด้วย 

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ทั้งแอร์บัสและโบอิ้ง รวมถึงบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินรายใหญ่ๆ อย่าง Rolls-Royce, Pratt & Whitney หรือ CFM ต่างก็พัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่สำหรับเครื่องบินที่ลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ มีอัตราการเผาไหม้เชื้อเพลิงน้อยลง รวมถึงปล่อยมลพิษทางเสียที่ลดลงเช่นกัน แต่เมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์แล้วก็ต้องถือว่าน้อยนิดเมื่อเทียบกับมลพิษที่ปล่อยออกสู่บรรยากาศในช่วงที่ผ่านมา 

เมื่อมีคนชื่นชมก็มีคนต้านเช่นกัน หลังจากกระแสสุนทรพจน์ของเกรต้า ธุนแบร์ก แพร่กระจายตามสื่อออนไลน์ไปทั่วโลกนั้น นายดิเนศ ดิซูซา นักวิจารณ์การเมืองหัวอนุรักษนิยมชาวอเมริกัน เชื้อสายอินเดีย ได้โพสต์รูปภาพเปรียบเทียบ น.ส.เกรียตา ทุนแบรย์ (เกรตา ธันเบิร์ก) สาวน้อยชาวสวีเดน วัย 16 ปี นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมคนดัง ว่ามีรูปลักษณ์เหมือนกับเด็กสาวบนโปสเตอร์ที่ กองทัพนาซีเยอรมัน ใช้โฆษณาชวนเชื่อ

นายดิซูซาทวีตรูปภาพเปรียบเทียบระหว่างน.ส.ทุนแบรย์และผมสีทองถักเปีย 2 ข้าง กับภาพโปสเตอร์ชวนเชื่อของกองทัพนาซีมีเด็กสาวผมบลอนด์ ถักเปีย 2 ข้าง ถือธงสัญลักษณ์สวัสติกะ และกล่าวว่า “น่าสังเกตว่า เด็กหญิงผิวขาวชาวนอร์ดิก กับผมเปีย และแก้มแดง – มักถูกใช้ในโฆษณาชวนเชื่อของนาซี เทคนิคเก่าแก่ของเกิบเบิลส์ ดูเหมือนว่าฝ่ายซ้ายก้าวหน้าในทุกวันนี้ยังเรียนรู้กลยุทธ์จากฝ่ายซ้ายยุคก่อน ในช่วงทศวรรษที่ 1930”

พลันที่คำกล่าวนี้ถูกทวิตขึ้นบนทวิตเตอร์ โลกออนไลน์ก็ร้อนฉ่าทันที โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ตำหนินายดิซูซาว่าพยายามปลุกระดมความเกลียดชังให้กับสังคมโลก ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งระบุว่า “นี่เป็นหนึ่งในทวีตที่น่ารังเกียจที่สุดที่เคยเจอ คุณควรรู้สึกละลายใจ” ส่วนอีกคนว่า “ชอบเกมกลยุทธ์แบบนี้ คุณซึ่งสวมเสื้อเชิ้ตและมีผมสีดำเช่นเดียวกับฮิตเลอร์! งั้นคุณก็เป็นฮิตเลอร์นะสิ!” “ฮิตเลอร์เคยกล่าวว่าจะทำให้เยอรมนียิ่งใหญ่อีกครั้ง แต่เอาเหอะ กลั่นแกล้งเด็กผู้หญิงที่พยายามรักษ์โลกแล้วมันจะยิ่งใหญ่อีกครั้งอีกครั้งมั้ย”

นับเป็นสีสันในโลกออนไลน์แบบไร้พรมแดนจริงๆ

Related stories