“เรื่องที่ไม่น่าจะเกิดในการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2020” โดย Pat Hemasuk

AdminSat 07 Nov 2020
0
“เรื่องที่ไม่น่าจะเกิดในการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2020” โดย Pat Hemasuk


ขณะที่ผมเขียนเรื่องนี้คือวัน 7 พ.ย. การเลือกตั้งของสหรัฐฯ กำลังเข้มข้นกับการนับคะแนนเพื่อรู้ผลแพ้ชนะกันระหว่าง โจ ไบเดน และ โดนัลด์ ทรัมป์ สองแคนดิเดตจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ผลออกมานั้นวุ่นวายพอสมควร แต่ก่อนอื่นผมจะขอเล่าถึงกฎกติการของการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ให้ฟังก่อนเพื่อเห็นภาพความวุ่นวายในเวลานี้

Electoral votes เพื่อเลือกจำนวน ส.ส. ในสภาของสหรัฐฯ นั้นใช้วิธี winner-take-all คือถ้าคะแนน popular vote พรรคไหนได้มากกว่าจากคะแนนของประชาชน ก็กวาดจำนวน ส.ส. ไปหมด ยกเว้น 2 รัฐ คือรัฐเมน และ เนบราสกา ที่แบ่งเขตแล้วเลือกจำนวนส.ส.ที่ได้ไป ซึ่งแบบนี้คนไทยเห็นภาพได้ดีเพราะเหมือนบ้านเราทำกัน แต่การที่ใช้ระบบผู้ชนะได้เสียงไปหมดนั้นเหมือนกับเอาทั้งรัฐเป็นเขตเดียวกัน จำนวนของ ส.ส. มีเท่าไรจะกี่คนก็ตามจะได้หมดยกพรรคถ้าชนะมากกว่าคู่แข่งแม้จะเฉือนเพียงคะแนนเดียวก็ตาม แล้วจำนวน ส.ส.รวมจากทุกพรรคที่เข้าสภาจะเป็นฐานเสียงในการเลือกประธานาธิบดีต่อไปในขั้นตอนที่ 2 ดังนั้น ถึงแม้ผู้สมัครตำแหน่ง ปธน.จะได้คะแนน popular vote ทั้งประเทศสูงกว่าก็ไม่ได้หมายความว่าจะชนะในเกมนี้

เวลานี้คะแนนเริ่มขาดลอยในรัฐสวิงสเตท ที่แต่เดิมนั้นทรัมป์มีคะแนนนำมาแล้วตั้งแต่เริ่มนับคะแนนก็ตาม แต่เมื่อมีผลการนับคะแนนทางไปรษณีย์เข้ามานับต่อ คะแนนของไบเดนก็เริ่มตีตื้นและนำห่างออกไปทุกรัฐที่ทรัมป์คิดว่าชนะแล้วแน่นอน เรื่องนี้มีที่มาที่ไปที่คาดเดาได้ เนื่องจากทรัมป์ได้พูดออกหาเสียงตามรัฐต่าง ๆ มาก่อนล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว ว่าการลงคะแนนล่วงหน้าทางไปรษณีย์นั้นสามารถโกงกันได้ อย่างเช่น บัตรเพิ่ม บัตรหาย บัตรเขย่ง และทรัมป์เองก็ขอร้องให้ผู้สนับสนุนเขาออกมาเลือกตั้งในคูหาเหมือนเดิม ไม่ต้องไปกลัวโควิดที่ทรัมป์ชูว่าเป็นเพียงแค่โรคหวัดธรรมดาซึ่งตัวเขาเองก็เป็นแล้วหายในเวลาไม่กี่วัน โดยทรัมป์ได้พูดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่ทุจริตที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ

เรื่องนี้จะบอกว่าทรัมป์เองก็วางแผนล่วงหน้าถึงปรากฎการณ์นับคะแนนล่วงหน้าทางไปรษณีย์ว่าต้องเป็นเสียงของไบเดนมากกว่าเสียงของเขามาก่อนแล้ว จากคนที่กลัวโรคโควิดแล้วใช้วิธีการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ โดยแสดงความเห็นให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปจนกว่าสถานการณ์การระบาดจะดีขึ้น นั่นหมายความว่าการนั่งเก้าอี้ ปธน.จะถูกยืดออกไปอีก ซึ่งเรื่องนี้สภาไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และต่อมา ทรัมป์ได้แต่งตั้ง ลูอิส เดอจอย ผู้บริจาครายใหญ่ให้ทรัมป์ในการหาเสียงขึ้นเป็นผู้อำนวยการการไปรษณีย์สหรัฐฯ เป็นเกมหนึ่งที่ทรัมป์ได้เลือกเล่นเอาไว้คือจะทำให้บัตรเลือกตั้งที่ส่งเข้ามาหลังวันเลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดคือคะแนนของไบเดนทั้งนั้น

หลังจากที่ ลูอิส เดอจอย ขึ้นมานั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการการไปรษณีย์สหรัฐฯ ก็ได้สั่งเลิกใช้เครื่องแยกจดหมาย 600 เครื่อง หรือ 10% ของที่มีใช้อยู่ มีการจำกัดการทำงานล่วงเวลาของพนักงานไปรษณีย์ ยกเลิกส่วนงานคัดแยกไปรษณีย์บางแห่ง รวมทั้งตู้ไปรษณีย์ในที่สาธารณะบางจุด ด้วยข้ออ้างในการลดค่าใช้จ่ายที่ขาดทุนอยู่ แนนซี เพโลซี ประธานสภาล่างสหรัฐฯ ถึงกับต้องเรียกประชุมสภาให้อนุมัติเงินพิเศษ 25,000 ล้านดอลลาร์ให้กับไปรษณีย์เพื่อทำให้บัตรเลือกตั้งมาถึงหน่วยเลือกตั้งเร็วขึ้น โดยให้บัตรเลือกตั้งทุกฉบับเป็นไปรษณีย์ด่วนชั้นหนึ่ง แต่ลูอิส เดอจอย ก็กล่าวว่าจะไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรทั้งสิ้นกับบัตรลงคะแนน โดยอ้างว่าไปรษณีย์ยังคงทำงานปลอดภัยและตรงเวลา แม้ว่าในช่วงใกล้คริสต์มาสจะมีไปรษณีย์ 500 ล้านชิ้นต่อวัน แต่ถ้ามาบัตรเพิ่มมาอีก 150 ล้านชิ้นก็ยังรับมือได้

แต่สำหรับพรรเดโมแครตนั้นมองว่านี่คือเกมของทรัมป์ที่จะทำให้บัตรส่งถึงหน่วยนับคะแนนช้ากว่าวันเลือกตั้ง ที่ทรัมป์เองได้ออกมาเรียกร้องให้บัตรหลังวันที่ 4 เป็นโมฆะ ห้ามนำมานับคะแนน เป็นการตัดคะแนนเสียงของไบเดนอย่างชัดเจน และเมื่อสองวันที่ผ่านมา ทรัมป์ได้แต่งตั้งทนายความให้ร้องต่อศาลสูงขอนับคะแนนใหม่ที่รัฐเพนซิลเวเนีย มิชิแกน และจอร์เจีย เพื่อขอให้ยุติการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ โดยกล่าวหาเจ้าหน้าที่นับคะแนนที่เป็นคนของพรรคเดโมแครต ไม่ยอมให้คนของพรรครีพับลิกันสังเกตการณ์นับคะแนนรัฐที่มีปัญหา โดยให้ตรวจสอบความถูกต้องของบัตรทางไปรษณีย์ด้วย เพราะเกรงว่าบัตรที่จะมานั้นคือบัตรที่ไม่ถูกต้องและเป็นบัตรเถื่อน

และเมื่อวานนี้เองที่ ปธน.ทรัมป์ออกแถลงการณ์สดที่ทำเนียบขาวว่ามีการโกงการเลือกตั้ง สถานีโทรทัศน์เอบีซี, ซีบีเอส และเอ็นบีซี ยุติการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ลงกลางคันในเวลาไม่กี่นาที โดยทุกสื่อให้เหตุผลว่า สิ่งที่ทรัมป์พูดไม่มีมูลความจริงและปราศจากหลักฐานมายืนยันสิ่งที่พูด รวมทั้งสื่อโซเชียลอย่างทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กก็ร่วมตัดการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ด้วย ในเหตุผลไม่ต่างกัน พร้อมกับขึ้นบอลลูนเหนือข้อความของทรัมป์ว่าเป็นเรื่องที่ไม่จริงและมีผลต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้

ในช่วงการนับคะแนนที่มีปัญหาในบางรัฐที่มีฐานคะแนนเสียงเลือดร้อนของคนผิวขาวที่เป็นฐานเสียงของทรัมป์นั้น ถึงกับมีการเอาอาวุธออกมาประท้วงหน้าหน่วยนับคะแนนนับร้อยคน จนถึงต้องเข้าควบคุมความสงบด้วยกำลังของตำรวจและทหาร ในเวลาเดียวกันฐานคะแนนของไบเดนก็ออกมาประท้วงบนถนนอีกเช่นกัน เพียงแต่มีความรุนแรงน้อยกว่าผู้สนับสนุนทรัมป์ และเป็นไปได้ว่าถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการจบที่ไม่ดีก็อาจจะเกิดการปะทะกันได้โดยง่าย และอาจจะลามไปถึงการจลาจลเกือบทั้งประเทศจากผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่าย ซึ่งถ้าทรัมป์ยังเติมเชื้อไฟของความโกรธแค้นออกไปสู่ประชาชนที่เป็นฐานเสียงอย่างต่อเนื่องก็เกิดได้ไม่ยากนัก

เรื่องนี้สามารถจินตนาการไปได้อีกหลายเรื่อง ถ้าสมมุติว่าทรัมป์ไม่ยอมส่งคืนอำนาจให้ไบเดนอย่างสันติแล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อมา เรื่องนี้ แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเดโมแครตกล่าวอย่างมั่นใจว่า ไบเดนจะเข้าสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคมนี้อย่างแน่นอน และในรัฐธรรมนูญได้กำหนดว่าอำนาจของ ปธน.คนเดิมจะหมดลงไปหลังจากที่ผู้รับตำแหน่งคนใหม่สาบานตน หรือคือเที่ยงวันที่ 20 มกราคม ถึงแม้จะไม่มีการส่งมอบอำนาจตามที่เคยเป็นมาทุกครั้งก็ตาม

และถ้าทรัมป์อ้างถึงคดีความที่ยังคงค้างคาในศาลสูงสุดสหรัฐฯ ให้ยืดเวลาการนั่งเก้าอี้ออกไปอีก จะผิดตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรืออีกทางก็คือถ้าคำพิพากษาของศาลสูงสุดออกเร็วและมีแนวทางตรงกันข้ามกับรัฐสภาโดยให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมษะในบางรัฐ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น การแต่งตั้งปธน.ต้องยึดถือคำพิพากษาของศาลสูงสุดหรือการลงมติในสภา เรื่องนี้คงน่าปวดหัวและชวนให้เกิดจลาจลเอาง่าย ๆ เพราะเดือนที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ตั้งคนในฝั่งของตัวเองเข้านั่งเก้าอี้หนึ่งในองค์คณะของศาลสูงสุดมาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทำให้คำพิพากษามีแนวโน้มที่จะเป็นคุณแก่ทรัมป์ ถ้าเกิดคะแนนเสียงเท่ากันระหว่างฝ่ายก้าวหน้าและอนุรักษ์นิยมในองค์คณะศาลสูงสุด

ในเวลานี้หน่วยอารักขาความปลอดภัยผู้นำสหรัฐฯ จากทำเนียบขาวได้แบ่งคนจำนวนหนึ่งอย่างไม่เป็นทางการให้ออกมาคุ้มกันไบเดนไม่ให้เกิดอันตรายจากสิ่งไม่คาดคิด ถ้ามีผู้สนับสนุนเลือดร้อนของทรัมป์เกิดบ้าพอที่จะลอบสังหารไบเดนคงเป็นเรื่องที่ใหญ่พอสมควรและเป็นชนวนให้เกิดการจลาจลได้ ซึ่งตามปกติการมีบอดีการ์ดให้กับ อีเลคท์เพรสซิเดนท์ หรือผู้ชนะการเลือกตั้งนั้นจะทำต่อเมื่อมีมติผ่านการโหวตจากสภาแล้วเท่านั้น แต่ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ต้องทำเรื่องนี้อย่างไม่เป็นทางการและไม่ได้รับการยืนยันทั้งจากทีมหาเสียงของไบเดนและหน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึงเรื่องนี้ แต่วอชิงตันโพสต์ได้เขียนข่าวนี้ออกมาได้สองวันแล้วในการประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์

แล้วใครจะเป็นคนเอาทรัมป์ออกจากทำเนียบขาวได้ถ้าทรัมป์ไม่ยอมออกจากทำเนียบขาวจริง ๆ เรื่องนี้พอคาดเดากันได้ว่า หน่วยอารักขาความปลอดภัยผู้นำสหรัฐฯ นั่นแหละที่ต้องเอาตัวทรัมป์ออกไปจากห้องทำงานรูปไข่ เพราะเมื่อมีการสาบานตนจบสิ้นแล้ว ประธานาธิบดีตัวจริงจะเข้าครอบครองทำเนียบขาว และหน่วยรักษาความปลอดภัยจะต้องขึ้นตรงกับคำสั่งของเจ้านายคนใหม่ ทรัมป์เองจะเป็นเพียงผู้บุกรุก ทำเนียบขาวต้องเชิญตัวออกไป แต่ถ้าไม่ออกก็ต้องลากตัวออกไป แม้จะเป็นภาพที่ไม่น่าดูนัก ก็คงต้องทำ

การเลือกตั้งครั้งนี้สร้างประวัติศาสตร์หลายเรื่องมากมาย ทั้งกลโกง การเอาเปรียบคู่แข่ง สื่อตัดแถลงการณ์สดของปธน.ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การฟ้องศาลสูงสุดในเรื่องการโกงคะแนนและนับคะแนนที่ไม่เป็นธรรมสำหรับตัวทรัมป์เอง แต่น่าจะเป็นธรรมแล้วกับพรรคเดโมแครตและคนทั่วไป รวมถึงการเสี่ยงที่จะเกิดจลาจลตามเมืองต่าง ๆ ถ้าทรัมป์ต้องการให้เป็นแบบนั้น และถ้าการส่งมอบอำนาจในวันที่ 20 มค.เกิดมีปัญหาขึ้นมาจริง ๆ ก็คงได้บันทึกในประวัติศาสตร์เรื่องใหม่อีกเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการเลือกตั้งของสหรัฐฯ

 

#uselection2020

Related stories