“เรื่องของคนรุ่นใหม่” โดย กังสดาล

AdminWed 07 Oct 2020
0
“เรื่องของคนรุ่นใหม่” โดย กังสดาล


ประเทศไทยของเรา
คงไม่ต้องเท้าความว่าถูกแบ่งแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่ายมาตั้งแต่ในยุคคนหน้าเหลี่ยมเข้ามาเล่นการเมือง
ด้วยการสร้างวาทกรรมไพร่ อำมาตย์ ชนชั้นปกครอง และรากหญ้า
สร้างภาพให้ดูเหมือนว่าสังคมไทยนี้อยุติธรรม มีความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้น
ชนชั้นสูงในเมืองเอารัดเอาเปรียบชาวไร่ชาวนา พ่อค้าวาณิชย์เอาเปรียบผู้บริโภค
ซึ่งข้อกล่าวหาส่วนใหญ่ถ้าพิจารณาดูแล้วออกจะเกินเลยไปอยู่มาก
เมื่อเขาสูญเสียอำนาจเพราะประชาชนจับได้ว่าทุจริตก็หลบหนีออกนอกประเทศ
มีคดีความเกี่ยวกับการทุจริตหลายข้อหาก็ไม่สู้คดี กลับกล่าวหากระบวนการยุติธรรมไม่มีความเป็นกลาง
ในขณะที่ตัวเขาเองให้ทนายความเอาเงินเป็นล้าน ๆ ใส่ถุงมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลเพื่อล้มล้างคดีที่ก่อ
เมื่อสูญเสียอำนาจทางการเมืองก็ให้ทายาทญาติพี่น้องของตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกหลายคน
และเมื่อคนของตนเองถูกจับได้อีกว่าสารพัดโกงก็สั่งการจากต่างประเทศให้คนเสื้อแดงในอาณัติก่อการชุมนุม
เมื่อข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนองก็บงการให้เผาบ้านเผาเมืองก่อเหตุวุ่นวายไปทั่วประเทศ
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น พรรคของคนหน้าเหลี่ยมก็ยังครองเสียงข้างมากเข้ามาเป็นรัฐบาลอีก
ด้วยการออกนโยบายประชานิยมอย่างการจำนำข้าวตันละ15,000บาทที่ได้ใจชาวนาทั่วประเทศอย่างท่วมท้น
เพราะไม่มีที่ไหนในโลกที่ประกันราคาข้าวราคาสูงกว่าความเป็นจริงในตลาดโลกมากขนาดนี้
อันเป็นที่มาของรัฐบาลปูโง่ที่ทุจริตจำนำข้าวอย่างมโหฬาร
นำมาซึ่งการขาดทุนและสร้างหนี้ให้ประเทศกว่า 500,000 ล้านบาท
อีกทั้งระหว่างที่บริหารประเทศยังพยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรมบรรดาผู้ก่อการร้ายเสื้อแดง
และพยายามนำคนหน้าเหลี่ยมหนีคดีไปต่างแดนกลับประเทศอย่างเท่ ๆ

ประชาชนจำนวนเป็นล้าน ๆ ทนต่อไปไม่ไหวจึงลงถนนเป็นม็อบขับไล่รัฐบาลขี้ฉ้อ
จนในที่สุดรัฐบาลก็ล้มระเนระนาด กลไกรัฐไม่สามารถทำงานต่อไปได้เพราะขาดความชอบธรรมที่จะบริหารบ้านเมืองต่อไปได้
แต่ยังครับ
ยังหน้าด้านไม่ลาออก
จนกระทั่งเกิดรัฐประหารปี 2557 เพราะมีการใช้อาวุธหนักถล่มใส่ผู้ประท้วงตลอดเวลาเป็นระยะ ๆ
ผู้คนล้มเจ็บและตายเป็นจำนวนมาก

หมดยุคของการสร้างความแตกแยกของคนในชาติด้วยวาทกรรม ไพร่ /อำมาตย์
ก็เริ่มเข้าสู่การสร้างความแตกแยกในอีกรูปแบบหนึ่ง
คราวนี้แกนนำพรรคการเมืองที่อ้างตัวว่าเป็นคนรุ่นใหม่ เป็นไพร่หมื่นล้าน
จับมือกับนักวิชาการบ้าปฏิวัติฝรั่งเศสและปฏิวัติปี 2475 และอดีตนักข่าวช่องแดงทีวีผู้มีพ่อพิสมัยระบอบคอมมิวนิสต์
ประดิษฐ์วาทกรรมใหม่ขึ้นด้วยคำว่า เหลื่อมล้ำ/ เท่าเทียม, ประชาธิปไตย/ เผด็จการ
ด้วยการแยกคนรุ่นเก่าออกจากคนรุ่นใหม่ ยกตัวเองว่าหัวก้าวหน้า ไม่ล้าสมัยและดักดานเหมือนคนรุ่นเก่า
ไม่ต้องมีศาสนา ไม่ต้องกราบไหว้ใคร
ไม่จำเป็นต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
ปลุกปั่น สร้างภาพ ออกข่าวปลอมต่าง ๆ นานาจนได้ใจคนรุ่นใหม่และเก่าเป็นจำนวนมากพอสมควร
พอลงเลือกตั้งก็ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 60 ที่คอยแต่บอกมาตลอดว่าชั่วร้ายต้องรื้อใหม่ทั้งหมด
ผ่านการเลือกตั้งได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาหลายสิบคนเพราะอานิสงส์จากรัฐธรรมนูญนี้
แต่เวลาผ่านไปไม่นาน ยังไม่ทันได้เข้าสภาก็มาตกม้าตาย
ถูกศาลตัดสินให้พ้นสภาพการเป็นส.ส.เพราะในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งยังถือครองหุ้นสื่อที่เป็นข้อห้าม
ถูกยุบพรรคเพราะหัวหน้าพรรคบริจาคเงินให้พรรคเกินกว่ากฎหมายกำหนด
จากนั้นมาก็คอยอยู่เบื้องหลังม็อบเยาวชนต่าง ๆ ไม่ขึ้นเวทีเอง แต่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง
ไม่เอาลูกเมียตัวเองลงถนน แต่ยุยงให้ลูกหลานคนอื่นมาเป็นกำแพงต่อสู้
ถ้อยคำมากมายถูกถ่ายทอดออกมาเป็นระยะ ๆ
อย่างเช่น ‘นิติสงคราม’ คือการทำสงครามทำลายล้างตัวเองด้วยกฎหมาย
‘ปลดแอก’ คือการถูกกดขี่จากรัฐและเผด็จการครองเมือง
‘คุกคามประชาชน’ คือการถูกชนชั้นปกครองคุกคามด้วยการอุ้มฆ่าฝ่ายตรงข้ามอย่างไร้ร่องรอย
หรือการคุกคามม็อบเยาวชนด้วยอำนาจรัฐและกฎหมายในมือ

ล่าสุด
ในม็อบ 19 กันยายน
หลานสาวอดีตหัวหน้าพรรคที่อ้างตัวเป็นคนรุ่นใหม่ก็ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ
ออกมาขึ้นเวทีสัมมนาอภิปรายต่าง ๆ
ก็ใช้วาทกรรมเดิม ๆ ที่น้าตัวเองเคยสร้างเอาไว้ ไม่พ้นเรื่องซ้ำซากเดิม ๆ
แก้รัฐธรรมนูญแล้วการเมืองจะดีมีความเป็นประชาธิปไตย ประเทศจะเจริญรุ่งเรือง
การเมืองดีแล้วสังคมเราจะไม่มีความเหลื่อมล้ำ มีแต่ความเท่าเทียม
การเมืองดีแล้วประเทศเราจะมีฟุตบาทที่ราบเรียบ เดินแล้วไม่สะดุดหกล้มบาดเจ็บ
การเมืองดีแล้วประเทศเราจะไม่มีสายไฟฟ้าระโยงระยางเกะกะ
เราจะไม่มีเหตุการณ์แบบตายายเก็บเห็ด จะไม่มีคนขับรถชนคนตายแต่ไม่มีความผิด
คนรวยฆ่าเสือดำแต่ไม่ต้องติดคุก จะไม่มีการเอาเงินประกันสังคมไปลงทุนในรีสอร์ตที่ผิดกฎหมาย

หนูครับ นี่หนูไปอยู่ที่ไหนมาครับ
หรือหนูอยู่แต่ในโรงเรียนนานาชาติจนไม่เคยอ่านข่าวหรือติดตามอ่านข้อมูลที่เป็นความจริงกันแน่
หรือว่าหนูคุยแต่กับน้าของหนูจนไม่รับฟังข้อมูลอีกด้านที่เป็นข้อมูลตามความเป็นจริง
จะบอกหนูให้นะ
ตายายเก็บเห็ดนั่นไม่ใช่การรังแกคนจน หรือคือความเหลื่อมล้ำทางกฎหมายอะไรเลย
ความจริงคือตา (นายอุดม อายุ 48 ปี) ยาย (นางแดง อายุ 48 ปี
ณ วันที่ถูกจับกุม อายุขนาดนี้เป็นได้แค่พ่อ แม่ น้า อา เท่านั้นจ้ะ)
เข้าป่าไปในบริเวณที่มีการตัดไม้ทำลายป่า ทิ้งจักรยานยนต์ไว้ในที่เกิดเหตุ ตำรวจติดตามจากจักรยานยนต์ไปถึงบ้านพัก
ทั้งคู่ปฎิเสธและบอกว่าบังเอิญเข้าป่าไปเก็บเห็ดแถว ๆ นั้นเท่านั้น แต่จากการค้นบ้านพัก พบไม้สักและไม้กระยาซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภทก. เป็นจำนวน 1,148 ท่อน รวมเงินมูลค่า 552,160 บาท ฉะนั้น ‘ตา-ยาย’ ทั้งสองคือผู้ที่ร่วมขบวนการตัดไม้ทำลายป่านะครับ

นายบอส ขับรถชนคนตาย มีเจ้าหน้าที่ ทั้งอัยการ ตำรวจ มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งให้ความช่วยเหลือนายบอสจนพ้นผิด ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่เกี่ยวอะไรกับการเมืองดีหรือไม่ดี มันเกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่างหาก

คดีฆ่าเสือดำ ผู้กระทำความผิดถูกศาลพิพากษาแล้วว่ามีความผิดหลายกระทง ขณะนี้จำเลยประกันตัวออกมาเพื่ออุทธรณ์คดี
ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรัฐธรรมนูญหรือการเมืองเลย ทั้งหมดถ้ามีการช่วยเหลือให้พ้นผิดจากเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องถูกดำเนินคดีอาญาเช่นกัน

ถ้าหนูและคนรุ่นหนูอยากเห็นการเมืองดี สังคมดี ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
คนแรกที่หนูควรไปกระซิบบอกคือน้าของหนูนะ
คนต่อไปคือพรรคพวกที่ถืออุดมการณ์เดียวกับหนูที่จ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์
เพราะยังมีคนอีกจำนวนหลายสิบล้านคนที่ไม่เห็นด้วยและยังต้องการสถาบันฯ อยู่
หนูควรจะเรียกร้องให้คนที่หนีคดีอยู่ที่ญี่ปุ่นบ้าง ฝรั่งเศสบ้าง อเมริกาบ้าง
เลิกยุยงปลุกปั่น สร้างข่าวปลอมโจมตีสถาบันเสียที

ถ้าหนูอยากเห็นการเมืองดี หนูต้องเคารพความคิดของคนอื่น ๆในสังคมด้วย
ไม่ใช่เอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่
ถ้ามีนักการเมือง ข้าราชการ หรือใครก็ตาม ไม่ว่าจะรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย
หนูและคนรุ่นหนูก็ต้องทำให้มันดีขึ้นด้วยการลงมือทำ ต้องลงมือตรวจสอบ ไม่ใช่เอาแต่โทษรัฐธรรมนูญ
ไม่ใช่เอาแต่สร้างวาทกรรมสร้างความแตกแยกแบบน้าและพรรคพวกของน้าหนู
หนูต้องฉลาดและรอบคอบกว่าน้าของหนู ศึกษากฎหมายให้ถ่องแท้กว่าที่ปรึกษาน้าหนู

บอกว่าเป็นคนรุ่นใหม่ แต่อยากย้อนกลับไปปี 2475
อยากทำการเมืองแบบใหม่ ๆ แต่ยังมุ่งโจมตีฝ่ายตรงข้ามด้วยความหยาบคาย ใครเห็นต่างก็เข้าไปรุมด่าทอ
ไปบีบบังคับให้แสดงจุดยืนทางการเมืองให้ได้

อยากเห็นสังคมดี การเมืองดีแต่หนูยังกระทำแบบคนรุ่นเก่าบางคนที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศอยู่เลย
แล้วเมื่อไหร่หนูจะได้การเมืองที่ดีล่ะ
มันไม่มีอยู่จริงหรอก นิติสงครามที่น้าหนูและพรรคพวกอ้างถึงบ่อย ๆ
มีแต่คนที่ไม่ทำตามกฎหมายแล้วโดนตัดสินว่ามีความผิดเท่านั้น
อย่าดีแต่ปาก แต่ต้องดีด้วยทัศนคติที่ดีและเคารพความเห็นต่าง
ต้องดีด้วยข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ และไม่ใช่ข่าวปลอม
ต้องดีด้วยการพินิจพิเคราะห์ถึงสิ่งต่าง ๆ ด้วยใจที่เป็นธรรม
ไม่เอนเอียงไปในสิ่งที่ตัวเองเชื่อโดยไร้เหตุผลและตรรกะ
แบบนี้ถึงจะสมกับเป็นคนรุ่นใหม่และเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงครับ

*************************************

ติดตามบทความพิเศษโดย กังสดาล ได้ทุกวันเสาร์
และย้อนอ่านบทความก่อน ๆ ได้ทาง roundtablethailand.com
>#roundtablethailand 

Related stories