“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มรดกของพ่อหลวง เพื่อปวงชนชาวไทย

AdminSat 10 Oct 2020
0
“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มรดกของพ่อหลวง เพื่อปวงชนชาวไทย


วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 วันสำคัญอีกหนึ่งวันที่คนไทยจดจำอยู่ในใจไม่รู้เลือน กำลังจะมาถึง ในปีนี้ แม้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตโรคระบาดจนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจระดับมหภาคอย่างรุนแรง แต่ประเทศไทยก็โชคดีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทิ้งมรดกทางปัญญาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง จนทั่วโลกต้องสรรเสริญ มรดกชิ้นสำคัญนั้นได้แก่ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่เชื่อว่าประชาชนคนไทยรู้จักกันดี

แต่ก็เชื่อว่า ยังมีคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่เข้าแนวคิดและทฤษฎีที่ลึกซึ้งของเศรษฐกิจพอเพียง เพราะยังมีนักการเมืองบางท่านกล่าวหาว่า “เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเพียงวาทกรรม” โดยพยายามไปเชื่อมโยงกับเรื่องการเมืองซึ่งถือว่าเป็นการจงใจบิดเบือนอย่าง #คนโง่เขลาที่จิตใจเต็มไปด้วยอคติ

บางคนได้ยินแค่ชื่อ ไม่เคยศึกษาแนวคิด/ทฤษฎีนี้อย่างถ่องแท้ ก็คิดไปเองว่า “เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของคนปลูกผัก ทำสวน เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา” โดยมักนำคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ไปอิงกับคำว่า “เกษตรทฤษฎีใหม่” จนคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แต่แท้จริงแล้วเป็นคนละเรื่อง เพราะเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจพอเพียง ที่เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ส่วนเศรษฐกิจพอเพียงนั้น สามารถนำเอาแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ได้ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนถึงระดับ CEO ผู้บริหารธุรกิจขนาดยักษ์หลายหมื่นล้าน เพราะแก่นของเศรษฐกิจพอเพียง คือหลักการใช้ชีวิตและ/หรือบริหารธุรกิจอย่างมีสติ การลงทุนโดยไม่โลภ และรู้จักเก็บออมเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับช่วงเวลาฉุกเฉิน ซึ่งในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาสะท้อนเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี บริษัทห้างร้านใหญ่ๆ ขาดสภาพคล่อง บริหารงานด้วยความประมาท เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งบทเรียนที่เกิดขึ้นนี้ น่าจะทำให้ประชาชนทุกระดับตลอดจนผู้บริหารธุรกิจขนาดใหญ่ต้องหันมาตั้งสติใหม่กันอีกครั้ง


“เศรษฐกิจพอเพียง” ต่างจาก “เกษตรทฤษฎีใหม่” อย่างไร ?

จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา (๒๕๕๐) ได้อธิบายถึง คำนิยามเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้จำได้ ง่ายที่สุด ด้วยหลัก ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ปัจจัยสำคัญที่เป็นแก่นแท้ของ ๓ ห่วง คือ (๑) ความพอประมาณ ไม่ สุดโต่งจนเกินไป (๒) การมีเหตุมีผลที่จะคิดวิเคราะห์ทุกอย่างก่อนลงมือปฏิบัติ (๓) มีภูมิคุ้มกันที่ดีเพื่อ ไม่ให้กระแสโลกาภิวัตน์เข้ามามีผลกระทบ

ต่อชีวิตของเรามากเกินไป ส่วน ๒ เงื่อนไข คือ (๑) ความมีเหตุผลใช้ความรู้อย่างรอบคอบและระมัดระวัง (๒) คุณธรรม หากมีสิ่งเหล่านี้ไม่มีคำว่าไปไม่รอด ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญมากในการดำเนินชีวิต เบื้องต้นคงต้องใช้วิธีค่อยเป็นค่อยไป

ส่วนหลักการของเกษตรทฤษฎีใหม่นั้น เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร เกี่ยวกับการจัดการที่ดินในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีแบ่งพื้นที่เป็นส่วน ๆ ได้แก่ พื้นที่น้ำ พื้นที่ดินเพื่อเป็นที่นาปลูกข้าว พื้นที่ดินสำหรับปลูกพืชไร่นานาพันธุ์ และที่สำหรับอยู่อาศัย และเลี้ยงสัตว์ ในอัตราส่วน ๓๐:๓๐:๓๐:๑๐ เป็นหลักการในการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ฉะนั้น หากท่านใดไม่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก็อาจจะไม่มีโอกาสนำแนวคิดนี้ไปใช้ได้มากนัก แต่ถ้ามีที่ดินที่บ้านสักหนึ่งแปลง เกษตรทฤษฎีใหม่จะช่วยให้คุณมีรายได้เสริมได้โดยไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ

แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังนำมาสานต่อจนเกิดเป็ฯนโยบายที่เป็นรูปธรรม อาทิ โครงการเศรษฐกิจพอเพียงสร้างไทย ของ ธ.ก.ส. เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคชนบท โครงการประกอบด้วยโครงการย่อย ได้แก่ 1.โครงการเสริมสร้างความมั่นคงระดับครัวเรือน (ตั้งหลัก) ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ 1 "พึ่งตนเอง" โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณโดยตรง จำนวน 10,720 ล้านบาท ในการขับเคลื่อนและพัฒนาให้เกษตรกร จำนวน 300,000 ราย

2.โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งระดับชุมชน (ตั้งฐาน) ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ 2 "พึ่งพากันและกัน" โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 22,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน 16,000 แห่ง สำหรับนำไปลงทุนพื้นฐานด้านการเกษตร เช่น ระบบน้ำ โรงเรือน เครื่องจักรกล และเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการเกษตร

3.โครงการเสริมสร้างความยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานราก (ตั้งมั่น) ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ 3 "เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย"โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 21,675 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการ จำนวน 7,255 แห่ง เป็นหัวขบวนในการรวบรวมผลผลิต การแปรรูปผลผลิต การเชื่อมโยงการตลาด การจัดการขนส่ง การให้บริการทางการเกษตร และการท่องเที่ยวชุมชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมและให้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง

นอกจากโครงการภายใต้การดูแลของ ธ.ก.ส. แล้ว ยังมีโครงการของหน่วยงานอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นกรมการปกครองท้องถิ่น, องค์การบริหารงานส่วนตำบล ฯลฯ ซึ่งนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาสานต่ออย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จนับไม่ถ้วน จนองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ต่างยกย่องว่า “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวคิดเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่แท้จริง

โดยเมื่อ 28 ต.ค.2559 ที่ประชุมสมัชชา สหประชาชาติ ได้จัดการประชุมเพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยประธานสมัชชาสหประชาชาติจะเริ่มกล่าวสดุดีเป็นคนแรก นอกจากนี้ องค์การสหประชาติยังได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล United Nation Development Programme - UNDP Human Development Live Time Achievement Award ซึ่งเป็นรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ซึ่งเป็นรางวัลชิ้นแรกของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ UNDP และได้มีการเลือกให้วันดินโลก (World Soil Day) ให้ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อีกด้วย

นี่เป็นเพียงตัวอย่างการยกย่องจากองค์กรระดับโลกที่เชิดชูว่า “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นมรดกเพืิ่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่แท้จริง ฉะนั้น อย่าไปเชื่อว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นเพียงวาทกรรมเหมือนนักการเมืองบางคนพยายาทหลอกพวกคุณ

https://sites.google.com/site/mindmoy12090/sersthkic-phx-pheiyng-kab-thvsdi-him-tam-naew-phrarachda
https://www.stou.ac.th/study/sumrit/7-58(500)/page1-7-58(500).html
#RoundtableThailand
roundtablethailand.com

 

 

 

Related stories