เด็ก โรคระบาด และการเปิดเทอม

AdminSat 16 May 2020
0
เด็ก โรคระบาด และการเปิดเทอม


เรื่องบางเรื่องมันเป็นเรื่องที่น่าจะเข้าใจได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยทฤษฎีที่ซับซ้อนมาอธิบายเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่ใช้สำมัญสำนึกไตร่ตรองดูก็จะรู้ว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น เช่นเรื่องการเลื่อนเปิดเทอมไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคมเนี่ย ยังไม่เห็นมีครู และผู้ปกครองท่านใด ออกมาวีนแตกว่าจะเลื่อนเปิดเทอมทำไม ลูกหลานฉันจะโง่ตายอยู่แล้ว

เรื่องง่ายๆ เรื่องนี้ไม่ซับซ้อน เพราะธรรมชาติของเด็กนั้นชอบเล่นสนุกกับเพื่อน ทั้งวัยประถม จนถึงมัธยมปลาย ชอบแกล้งกันบ้าง กอดคอเมาต์มอย แย่งอาหารเพื่อน กินน้ำแก้วเดียวกัน ฯลฯ เรื่องพวกนี้คนแก่หัวหงอกอย่างเราๆ ล้วนเคยผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้วทั้งสิ้น แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโรคระบาดและการเปิดเทอม เกี่ยวสิ เพราะมันช่วยลดโมเมนต์ที่จะเอื้อต่อการติดระบาดในเด็กไง

แล้วถ้าโรคโควิด-19 ระบาดในเด็กวัยเรียนจะเป็นไร ก็ในเมื่อบรรดาหมอทั้งหลายเขาก็ยืนยันว่า เด็กส่วนใหญ่ถ้าติดแล้วจะหายเองตามธรรมชาติ เพราะร่างกายพวกเขาจะสร้างภูมิคุ้มกัน คำพูดนี้ถูกต้องนะ แต่ขอโทษเถอะ คนที่พูดเช่นนี้ มันสะท้อนว่า คุณเองคงไม่รู้และเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงที่ว่า สังคมไทยมีลักษณะครอบครัวที่เป็นครอบครัวขยาย ไม่ใช่ครอบครัวเดียวแบบฝรั่ง ครอบครัวขยายที่ในบ้านเดียวกัน หรือบริเวณบ้านใกล้เคียงจะมีทั้ง ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ขยับออกไปนิด ใกล้ๆ กันอาจจะมีบ้านอาเจ็ก บ้านลุง บ้านน้า นับลูกนับหลานในเครือญาติแล้ว บ้างตระกูลมีเป็นร้อยชีวิต

ฉะนั้น ถ้าเด็กติดโรคโควิด-19 เพียงหนึ่งคน คงไม่หยุดการแพร่กระจายโรคแค่พ่อแม่ของเด็กเท่านั้น (ยกเว้นครอบครัวเดี่ยวนะจ๊ะ) แต่โอกาสที่จะนำเชื้อไปสู่ผู้เฒ่าผู้แก่ อาเจ็ก อาโก ลุง ป้า ซึ่งวัยนี้อาจจะเป็นทั้งความดัน เบาหวาน หัวใจ ฯลฯ ตรงนี้ต่างหากที่บรรดานายแพทย์ชั้นนำเขากลัว เพราะเด็กติดแล้วมีโอกาสหายสูง แต่บรรดาคนแวดล้อม ที่เจอลูกเจอหลานก็ขอกอดหน่อย หมอแก้วสักนิดด้วยความเอ็นดู นี่สิ อาการจะหนักเอาง่ายๆ

นี่คือเหตุผลว่าทำไมบรรดาคณะแพทย์ ตลอดจนรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการอย่าง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ถึงต้องปรึกษาหารือจนได้ข้อสรุปว่า จำเป็นต้องเลื่อนเปิดเทอมไปก่อน พร้อมทั้งเตรียมมาตรการอื่นๆ มารองรับ อาทิ การจัดการเรียนการสอนแบบทางไกล หรือ แพลตฟอร์มที่ชื่อ Deep ก็เพิ่งจะออกข่าวไปเมื่อไม่กี่วันมานี่  ทั้งหมดนั้นก็เพื่อให้ปกป้องชีวิตเยาวชนซึ่งก็เป็นทั้งลูกหลานของเราและเป็นอนาคตของชาตินั่นแหละ แต่ยังกินความไปถึงการลดความเสี่ยงที่จะติดต่อโรคไปสู่เครือญาติ และชุมชนอีกด้วย

ใครที่มีลูกเรียนประถามศึกษาน่าจะเข้าใจประเด็นนี้เป็นอย่างดี เพราะคนที่มีลูกเรียนประถามศึกษาจะคุ้นเคยกับการหยุดเรียนบ่อย เพราะเด็กเรียนห้องเดียวกันเวลาติดไข้หวัดจะติดกันแบบครึ่งห้อง เผลอๆ ครูก็ติดด้วย ฉะนั้น การที่มีพิธีกรชื่อดัง และอดีตนักการเมืองที่เคยเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาวิจารณ์การเลื่อนเปิดเทอม ด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วมีแต่พ่อแม่ผู้ปกครองเบือนหน้าหนีกันเป็นแถว เพราะไม่ค่อยจะ #ปลื้ม คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของทั้งสองคนนั้นเท่าใดนัก

เรื่องการระบาดจากเด็กสู่เด็ก และการเด็กสู่คนแวดล้อมนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นที่สองที่บรรดาหมอหลายๆ ชาติแสดงความวิตกกังวลอยู่ไม่น้อยก็คงจะเป็นเคสที่เกิดขึ้นกับเด็กในอังกฤษ ฝรั่งเศส และอเมริกา ซึ่งดันไปเชื่อมโยงกับโรคโควิด-19 ด้วยน่ะสิ แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่การป้องกันไว้ก่อน น่าจะดีกว่าตามไปแก้เอาทีหลัง

เคสเด็กกับโรคโควิด-19 และอาการแปลกๆ ที่พบ มีมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยพบว่า เด็กๆ ในยุโรป และอเมริกัน มีอาการป่วยจากการอักเสบของอวัยวะทั่วร่างกาย คล้ายกับโรคคาวาซากิ และมีเด็กจำนวนหนึ่งติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ร่วมด้วย โดยเดือนเมษายน มีเด็ก 3 คนในเมืองนิวยอร์กเสียชีวิต แม้จะอยู่ระหว่างการสอบสวนโรคว่ามีสาเหตุจากการติดเชื้อโควิด จริงหรือไม่ แต่บรรดาหมอชั้นนำทั้งหลายก็ยังไม่กล้าสรุป เพราะยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างการติดเชื้อโควิด กับกลุ่มอาการคาวาซากิ

ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา เอเอฟพี รายงานว่า หน่วยงานด้านสาธารณสุขของสหรัฐออกคำเตือนให้แพทย์เฝ้าระวังกลุ่มอาการอักเสบที่พบได้ยากในเด็ก ซึ่งบางกรณีก่อภาวะภูมิต้านตนเองถึงขั้นเสียชีวิต โดยเชื่อว่าอาจเกี่ยวโยงกับโรคโควิด-19 ซึ่งทำให้มีผู้ป่วยเด็กเสียชีวิตแล้ว 3 รายที่นิวยอร์ก และมีเด็กป่วยหลายคนในยุโรป โดยล่าสุดฝรั่งเศสมีเด็กเสียชีวิตแล้ว

ในรายงานกล่าวว่า อาการป่วย ซึ่งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) เรียกว่ากลุ่มอาการอักเสบของหลายอวัยวะในเด็ก (pediatric multisystem inflammatory syndrome หรือ PMIS) มีรายงานพบผู้ป่วยครั้งแรกที่อังกฤษเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้ รัฐนิวยอร์กเคยพบเด็กป่วยในรัฐนี้มากกว่า 100 ราย และเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย

แพทย์ผู้รักษากล่าวกันว่า บางครั้งคนไข้มีอาการคล้ายกับโรคคาวาซากิ ซึ่งเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก โดยโรคนี้ทำให้หลอดเลือดอักเสบโป่งพองทั่วร่างกายสร้างความเจ็บปวดต่อผู้ป่วยอย่างมาก ด้านซีดีซีกล่าวว่า แพทย์ควรพิจารณาว่าการเสียชีวิตของผู้ป่วยเด็กที่มีหลักฐานการติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่ก่อโรคโควิด-19 ว่าอาจเกิดจากกลุ่มอาการดังกล่าว 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธ โรงพยาบาลเด็กในกรุงลอนดอนเปิดเผยว่า มีเด็กชายอายุ 14 ปี เสียชีวิตเพราะกลุ่มอาการนี้เช่นกัน และตรวจพบว่าเขาติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ด้วย และในสัปดาห์เดียวกัน แพทย์ฝรั่งเศสกล่าวว่ามีคนไข้เด็กอายุ 9 ขวบรายหนึ่งเสียชีวิตจากโรคคล้ายคาวาซากิที่เชื่อว่าเชื่อมโยงกับไวรัสโคโรนานี้เป็นรายแรกของฝรั่งเศส

ฟาบรีซ มิเชล หัวหน้าหอผู้ป่วยกุมารเวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลลาทีโมน กล่าวว่า เด็กชายคนนี้ ซึ่งถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาด้วย เข้ารับการรักษามานาน 7 วันและเสียชีวิตลงเในเวลาต่อมา หลังจากมีอาการบาดเจ็บทางระบบประสาทที่เกี่ยวโยงกับภาวะหัวใจหยุดเต้น

ในเรื่องนี้ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ให้ข้อมูลว่า การเกิดโรคปริศนาระบาดในกลุ่มเด็กสหรัฐฯ และอังกฤษ มีหลายอาการทั้งมีไข้ อักเสบ มีผื่น มีความผิดปกติของหัวใจคล้ายโรคหัดญี่ปุ่น หรือโรคคาวาซากิ ผู้เชี่ยวชาญเร่งหาความเชื่อมโยงกับเชื้อไวรัสโควิด ซึ่งปัญหาแทรกซ้อนของโรคนี้ จะเกี่ยวข้องกับระบบหัวใจ โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง จึงจำเป็นที่จะต้องให้ยาต้านการอักเสบ เช่น แอสไพริน และคงจะต้องติดตามรายงานผลผู้ป่วยดังกล่าว

โรคคาวาซากิ ค้นพบโดย นพ.โทมิซาคุ คาวาซากิ กุมารแพทย์ชาวญี่ปุ่น เมื่อปี 2519 ส่วนใหญ่พบในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ ยังไม่แน่ชัดเกิดจากสาเหตุใด มักจะพบในเด็กที่มีอาการติดเชื้อจากไวรัสหรือแบคทีเรีย โดยมีอาการไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 5 วัน

อีกอาการที่เห็นได้ชัดบริเวณริมฝีปากจะแห้งแตก บวมแดง ลิ้นสีแดงหรือที่เรียกว่าลิ้นสตรอว์เบอร์รี รวมถึงมีอาการตาแดง ไม่มีขี้ตา มือเท้าบวม โดยผิวหนังที่ฝ่ามือฝ่าเท้าลอก มีผื่นแดงตามลำตัว ต่อมน้ำเหลืองโตที่ลำคอ และภาวะแทรกซ้อนมีการโป่งพองของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ หากผนังหลอดเลือดบางลงและแตกออกจะทำให้เสียชีวิต

ด้วยเหตุที่โรคโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ เพราะเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง ผนวกกับสถานการณ์แวดล้อมที่สอดคล้องกันหลายๆ อย่าง อาทิโรคคาวาซากิในเด็ก และกลุ่มอาการประหลาด เหล่านั้น ยิ่งทำให้แพทย์วิตกกังวลมากกว่าเดิม เหตุผลแค่นี้เพียงพอหรือไม่ ที่เราควรจะเลื่อนเปิดเทอมไปเป็นเดือนกรกฎาคม แม้ว่าสถานการณ์การติดเชื้อในบ้านเราจะดีขึ้นก็ตามเถอะ แต่ตราบใดที่หมอยังสรุปเรื่องนี้ไม่ได้ ใครจะกล้าให้ลูกตัวเองไปเสี่ยงบ้างล่ะ ยกมือขึ้น

ภาพประกอบจาก www.unicef.org

ข้อมูลอ้างอิง
https://www.unicef.org/thailand/th/coronavirus/how-teachers-can-talk-children-about-coronavirus-disease-covid-19
https://www.nytimes.com/2020/05/12/well/family/coronavirus-children-covid-19.html
https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1841651
https://www.thaipost.net/main/detail/66040
https://www1.nyc.gov/assets/doh/downloads/pdf/han/alert/2020/covid-19-pediatric-multi-system-inflammatory-syndrome.pdf

#RoundtableThailand
roundtablethailand.com

Related stories