เตรียมรับมือการระบาดระลอก 2 อย่างมีสติ

AdminSat 19 Dec 2020
0
เตรียมรับมือการระบาดระลอก 2 อย่างมีสติ


จริง ๆ สัปดาห์นี้ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องระบบคอมมูน ที่บรรดาม็อบเมากาวออกแถลงมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่จังหวัดสมุทรสาคร ทำให้เปลี่ยนใจมาเขียนเรื่องโควิด-19 ที่กำลังจะกลายเป็นการระบาดระลอก 2 หรือไม่ คาดว่า ในสัปดาห์หน้าคงจะได้ทยอยเห็นผลที่ชัดเจน ถ้าเราโชคร้าย คงได้ล็อกดาวน์กันอีกครั้งหลังปีใหม่นี้

ความน่ากลัวของโควิด-19 เที่ยวนี้ต่างจากรอบแรกมาก ผู้อ่านหลายท่านที่ติดตามข่าวนี้ตลอดจะพบว่า ไวรัสสายพันธุ์ที่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่นกับสายพันธุ์ที่กระจายในยุโรป อเมริกา อินเดีย มาเลเซียและเมียนมาตอนนี้นั้น เป็นไวรัสคนละสายพันธุ์กัน กลุ่มหลังคือสายพันธุ์ G ที่ติดง่าย ไม่แสดงอาการ แต่ถ้าใครร่างกายอ่อนแอก็จะป่วยหนักไปเลย ฉะนั้น ใครที่ชะล่าใจ และคิดว่าประเทศไทยปลอดภัยแล้ว จนละเลยการตั้งการ์ด ไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่พกเจลล้างมือ และเที่ยวเล่นสนุกสนานก็ต้องรอรับผลกรรมนะ หากคุณติดขึ้นมา

เรื่องสายพันธุ์ที่ติดง่ายนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นที่นักวิทยาศาสตร์กำลังกังวลอย่างหนัก ก็คือการเรื่องการกลายพันธุ์ของไวรัส ซึ่งมีการยืนยันแล้วว่า เชื้อไวรัสที่แพร่กระจายในประเทศอังกฤษตอนนี้มีการกลายพันธุ์แล้ว และตรวจพบคนติดเชื้อใหม่ที่กลายพันธุ์แล้วกว่า 1,000 คน

การกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ สะท้อนให้เห็นว่า ไวรัสตัวนี้มันแสบจริงๆ จากเดิมที่ติดแล้วอาการจะแสดงออกภายใน 5-14 วัน มันก็วิวัฒนาการตัวเองให้ไม่จำเป็นต้องให้คนติดออกอาการป่วย แต่ไปแสดงอาการอีกทีหลังครบ 20 วัน ซึ่งเลยกำหนดการกักตัวที่กำหนดไว้แต่แรก หลายคนอาจจะไม่แสดงอาการ และหายเองโดยไม่รู้ตัว แต่คนที่จะติดจากเราไปนี่สิถ้ามีอาการที่หนัก เขาถึงจะมีการสืบสวนมาถึง ปัญหาครานี้ก็คือวงจรของการระบาดมันจะระบุได้ยากจริง ๆ การสืบสวนโรคจะหาที่มาที่ไปยาก และเมื่อหาต้นตอไม่ได้ว่าเราติดมาจากใคร มันก็จะเข้าสู่การระบาดระลอก 2 ของจริง

ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เราพบหญิงไทยที่หนีมาตามช่องทางธรรมชาติจากสถานบันเทิง 1G1 ที่ท่าขี้เหล็กของเมียนมา ก่อนจะกระจายไปเชียงใหม่ เชียงราย ราชบุรี สิงห์บุรี ฯลฯ แต่เหตุการณ์นี้ ทีมงานสาธารณสุขไทยบล็อกไว้ได้เกือบหมด จนคนไทยก็คิดว่า “ไม่น่าจะมีอะไรแล้วน่ะ” จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เราถึงได้พบเคสที่สมุทรสาคร ซึ่งสันนิษฐานกันว่า น่าจะมีต้นตอมาจากคนงานเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย

การกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังเป็นข่าว ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา นักวิจัยของจีนออกมาระบุว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดอยู่ ถูกตรวจพบว่ามี 2 สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน ในการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่งและสถาบันปาสเตอร์ในเซี่ยงไฮ้ เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ชี้ว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ติดต่อได้รวดเร็วขึ้นนั้น  มีสัดส่วนราว 70% ของทั้งหมดที่ถูกนำมาวิจัย และเป็นสายพันธุ์ที่ออกอาการรุนแรงทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต พบมากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดใหม่ ๆ ในเมืองอู่ฮั่น

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยของแอลเอเอ็นแอล ได้ร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยดยุค และมหาวิทยาลัยเชฟฟีลด์จากประเทศอังกฤษ ทำการวิเคราะห์วิจัยลำดับพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาอีกหลายพันสายพันธุ์ และจนถึงขณะนี้พบว่า มี 14 สายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์  ซึ่งมีผลต่อสไปก์โปรตีน (spike protein) ซึ่งเป็นโครงสร้างชั้นนอกของไวรัส และเป็นกลไกที่นำพาไวรัสเข้าสู่ร่างกายของสิ่งมีชีวิต

เช่นเดียวกับผลการศึกษาจากห้องปฏิบัติการแห่งชาติ ลอส อลาโมส ความยาว 33 หน้า ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ bioRxiv (ไบโออาร์ไคฟ์) คลังเอกสารวิชาการออนไลน์ด้านชีววิทยา เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาระบุว่าไวรัสโคโรนาที่กลายพันธุ์เริ่มการแพร่ระบาดในยุโรปช่วงต้นเดือน ก.พ.  ก่อนที่จะลุกลามไปยังภูมิภาคอื่น ๆ รวมถึงสหรัฐฯ แคนาดา และได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่พบในหลายประเทศทั่วโลกภายในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

เบตต์ คอร์เบอร์ นักชีววิทยาของแอลเอเอ็นแอล  ซึ่งเป็นผู้เขียนรายงานผลการศึกษากล่าวว่า  แม้เรื่องนี้จะเป็นข่าวเชิงลบก็อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะทีมนักวิจัยแอลเอเอ็นแอล ได้เก็บบันทึกข้อมูลการกลายพันธุ์นี้ไว้หมดแล้ว  รวมทั้งผลของการกลายพันธุ์ที่มีต่อการแพร่ระบาด และความร่วมมือระหว่างบรรดานักวิจัยในห้องปฏิบัติการของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทำให้มีการศึกษา ติดตาม และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับลำดับพันธุกรรมใหม่ของไวรัสชนิดนี้ ได้อย่างรวดเร็ว และเท่าที่จะเป็นไปได้

และล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์สได้รายงานเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ศาสตราจารย์ นิโคลา สเปอร์เรียร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในรัฐเซาท์ ออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งติดตามการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในออสเตรเลีย ช่วงต้นเดือนพ.ย.กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องติดตามศึกษากลุ่มยีนของเชื้อโควิด-19 ก็เพื่อพยายามที่จะรู้ว่ามันมาจากไหน และการพยายามทำแผนที่เพื่อจะได้รู้เกี่ยวกับการระบาดของเชื้อโควิด-19 เนื่องจากข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ

รอยเตอร์สได้วิเคราะห์ตัวอย่างของยีนกว่า 185,000 ยีนจาก Global Initiative on Sharing All Influenza Data (GISAID) ซึ่งถือเป็นฐานข้อมูลของยีนเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่องใหญ่ที่สุดในโลก ได้แสดงให้เห็นถึงวิธีการที่สายพันธ์ุสำคัญของเชื้อโควิด-19 ได้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

สายพันธุ์ดั้งเดิมของเชื้อโควิด-19 ที่พบการระบาดครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น เมื่อธ.ค.62 เป็นสายพันธุ์ L จากนั้น เชื้อโควิด-19 ได้กลายพันธุ์ไปเป็นสายพันธุ์ S เมื่อต้นปี 2563 ต่อมาได้กลายพันธุ์ไปสู่สายพันธุ์ V และ G ซึ่งสายพันธุ์ G ยังได้กลายพันธุ์ไปเป็นสายพันธ์ุ GR, GH และ GV ส่วนการกลายพันธุ์ที่ไม่บ่อยนักอื่น ๆ ถูกรวมเข้าด้วยกัน เป็นสายพันธุ์ O

ขณะนี้ เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ G ได้ระบาดทั่วโลก ซึ่งการกลายพันธุ์ที่เฉพาะครั้งหนึ่งที่เรียกว่า D614G ได้กลายเป็นสายพันธุ์แตกต่างที่พบบ่อยที่สุด ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ยังมีความเห็นไม่ตรงกันว่าเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ D614G สามารถระบาดได้ง่ายมากขึ้น เพราะผลจากการศึกษาอื่น ๆ ยังมีความขัดแย้งในเรื่องนี้อยู่ ส่วนการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19 เมื่อเร็ว ๆ นี้ คือ สายพันธุ์ GV ซึ่งปัจจุบันได้เป็นสายพันธุ์ที่ถูกแยกไประบาดในยุโรป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยังไม่แน่ชัดว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์ GV ได้เข้ามาระบาดในยุโรปได้อย่างไร

ส่วนเคสการกลายพันธุ์ที่ประเทศอังกฤษนั้น รอยเตอร์ส อ้างการเปิดเผยการค้นพบจากทีมนักวิทยาศาสตร์ของอังกฤษ COVID-19 Genomics UK Consortium เมื่อวันอังคารที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า โคโรนาไวรัสโควิด-19 ที่กลายพันธุ์นี้ พบผิวโปรตีน (spike) ของไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งทำหน้าที่แพร่เชื้อเข้าสู่เซลล์มนุษย์ ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งตามหลักการแล้วอาจทำให้การระบาดของโควิด-19 ระหว่างกันได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม

ณ ตอนนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้การแพร่เชื้อได้มากขึ้นหรือไม่ และยังไม่ชัดเจนว่าเชื้อโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ จะมีผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 ด้วยหรือไม่

รัฐบาลอังกฤษ ได้แสดงความกังวลว่า ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อาจมีปัจจัยมาจากไวรัสโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ หลังจากชาวอังกฤษทางตะวันออกและตอนใต้ของอังกฤษ ที่พบผู้ติดเชื้อกว่า 1,100 รายที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่กลายพันธุ์

ตามธรรมชาติของไวรัสจะมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมหรือกลายพันธุ์ได้ในทุกสายพันธุ์ เช่นเดียวกับโคโรนาไวรัส โควิด-19 ที่กลายพันธุ์ระหว่างการแพร่เชื้อในมนุษย์ได้เหมือนกัน และนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 เมื่อช่วงปี 2019 ได้พบการกลายพันธุ์ของโคโรนาไวรัสชนิดนี้ราว 1-2 ครั้งต่อเดือนทั่วโลก

ทราบข้อมูลแบบนี้แล้ว ว่าไวรัสติดง่าย กลายพันธุ์เร็ว ก็จงตั้งการ์ดไว้อย่าได้ตกหล่น เผื่อว่าระลอกสองจะเกิดขึ้น เราเตือนคุณแล้วนะ

อ้างอิง
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/879396
https://www.thairath.co.th/news/foreign/1992621
https://www.sanook.com/news/8316830/

#RoundtableThailand
roundtablethailand.com

 

 

 

 

 

Related stories