วิกฤตประเทศไทย ใครคือตัวการ?

AdminSat 19 Sep 2020
0
วิกฤตประเทศไทย ใครคือตัวการ?


เหตุการณ์ในวันที่ 19 กันยายน เป็นต้นไป จะเป็นอย่างไรนั้นคงไม่อาจทราบได้ในตอนนี้ แต่ที่แน่ๆ บ้านเมืองวุ่นวายทุกวันนี้ เพราะเรายังไม่มีนักการเมืองอาชีพที่แท้จริง นักการเมืองที่เปี่ยมด้วยจริยธรรมและคุณธรรมที่พร้อมเสียสละทำเพื่อบ้านเมือง ทุกวันนี้ประเทศไทย มีแต่นักเลือกตั้งที่กระหายอยากมีอำนาจ และอยากเข้ามาปกป้องธุรกิจของตัวเอง (หรือถ้าไม่มีธุรกิจก็กระสันต์อยากเข้ามาคอร์รัปชั่น เล็กๆ น้อยๆ บ้างก็ยังดี)

ทำไมถึงกล้าพูดแบบนี้ นั่นก็เพราะเราได้เห็นแต่นักการเมืองที่พร่ำว่าได้รับเลือกจากประชาชน แต่ครั้นเมื่อเข้ามาแล้วก็มักจะทำในสิ่งที่ตัวเองได้ประโยชน์มากกว่าทำเพื่อ #คนที่เลือกคุณมา เมื่อใดก็ตามที่ “กติกา” ทำให้คุณเสียประโยชน์ คุณจะโวยวายทันที แล้วอ้างว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยบ้างล่ะ เผด็การบ้างล่ะ และสารพัดคำอ้างที่จะยกขึ้น ปัญหาเหล่านี้จึงวนเวียนเป็นวัฏจักรไม่รู้จบ เชื่อสิ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญฉบับ 60 ได้ ต่อไปในอนาคตก็จะเกิดม็อบอีก เพราะผลประโยชน์มันจะไปเอื้อที่คนกลุ่มหนึ่ง

ดูอย่าง รัฐธรรมนูญฉบับ 40 ที่นักการเมืองฟากทักษิณ และฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าประชาธิปไตย เชิดชูบูชากว่าพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถาม รธน.40 ดีจริงจ้ะ แต่มันก็มีช่องให้นักการเมืองหาทางทำเพื่อประโยชน์ของตัวเองได้ เราจึงได้เห็นยุคสมัยที่กว้านซื้อพรรคการเมืองต่างๆ เข้ามาสังกัดพรรคตัวเอง เราจึงได้เห็นนโยบายประชานิยมที่ทำให้ประชาชนตื่นตาตื่นใจ ได้เศษเงินเข้ากระเป๋าบ้าง แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็ได้เห็นนโยบายที่เอื้อธุรกิจของตัวเองและพวกพ้อง (อยากรู้เซิร์จคำว่า #ทุจริตยุคทักษิณ สิ) จนเป็นสาเหตุให้เกิดม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั่นไง

ครั้นมาถึง 19 กันยายน 49 ที่เกิดรัฐประหารโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. ของบิ๊กบัง พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน พอเราได้ รัฐธรรมนูญฉบับ 50 เราก็ได้เห็นการสืบทอดอำนาจของตระกูลชินวัตร ตามกติการัฐธรรมนูญ โดยส่งนายสมัคร สุนทรเวช นั่งเป็นนายกรัฐมนตรี แต่อยู่ได้ช่วงสั้นๆ เพราะสุดท้ายเมื่อนายสมัครมีเหตุให้ต้องหลุดจากตำแหน่ง ส.ส.ในสังกัดของนายใหญ่ก็เลือกน้องเขยขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน ความพยายามสืบทอดอำนาจโดยให้คนในตระกูลนั่งบริหารประเทศ นำมาซึ่งความบาดหมางคนในพรรคเดียวกัน ไม่ต้องแปลกใจหรอก ที่ทีมเนวิน ชิดชอบ ถึงเลือกแยกทางกับทักษิณ ชินวัตร หันมายกมือโหวตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีคนถัดมา

เอาเข้าจริงการโหวตในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ถือว่ากระทำถูกต้องตามกติกาของรัฐธรรมนูญฉบับ 50 แล้ว แต่คนที่เสียผลประโยชน์ ก็หาข้ออ้างทันทีว่า ตั้งรัฐบาลในค่ายทหารบ้างล่ะ ทรยศบ้างล่ะ ไม่เป็นประชาธิปไตยบ้างล่ะ (งงมั้ย ขนาดโหวตในสภาก็ยังไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าจะให้เป็นประชาธิปไตยแท้ต้องเลือกคนที่นายใหญ่ส่งมาเท่านั้น) ฯลฯ และนั่นก็เป็นที่มาของม็อบเสื้อแดงในปี 52, 53 จุดประสงค์ของม็อบเสื้อแดงคืออะไร มีคำตอบเดียวคือไรรัฐบาลอภิสิทธิ์ ส่วนข้องอ้างอื่นๆ น่ะหรือ ไม่ต้องไปใส่ใจหรอก มันก็แค่ข้ออ้างสวยหรูเพื่อให้ตัวเองบรรลุผล ได้กุมอำนาจรัฐ

ครั้นพอน้องสาวสุดที่รัก ยึดอำนาจผ่านระบบการเลือกตั้งได้ บ้านเมืองก็เหมือนจะสงบเนอะ แต่ทำไมบ้านเมืองถึงวุ่นวาย ที่วุ่นวายก็เพราะการดำเนินนโยบายจำนำข้าวที่เป็นโคตรโครงการทุจริตมโหฬาร ยิ่งกว่ายุคสมัยของพี่ชายเสียอีก เจ๊งไปกว่า 8 แสนล้านบาท แต่การทุจริตจำนำข้าวเป็นแค่เชื้อไฟที่คุกรุ่นในใจคนไทยเท่านั้น เพราะฟางเส้นสุดท้ายจริงๆ มันอยู่ที่การลักหลับโหวต พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย ที่พยายามล้างบาปให้นายใหญ่ได้กลับบ้านเท่ๆ วันรุ่งขึ้น ประชาชนลงถนนทันที แล้วก็เป็นต้นกำเนิดของม็อบ กปปส. ที่ชุมนุมยาวนานกว่า 6 เดือน

ใครที่เกิดไม่ทันก็ควรหาข้อมูลมาอ่านประกอบกับข้อมูลที่คุณมีอยู่บ้าง แต่ถ้าอ่านแล้วก็ยังไม่เชื่อ ฟันธงได้อย่างเดียวว่า มันเกิดจากอคติที่คุณมีอยู่ในใจโดยแท้

แล้วม็อบประชาชนปลดแอกที่ออกมาชุมนุมเมื่อวานนี้กำเนิดมาได้อย่างไร ? อย่าใช้ข้ออ้างว่าสืบทอดอำนาจเลยจ้ะ เพราะเคยมีโมเดลสืบทอดอำนาจโดยพี่น้องตระกูลชินวัตร ส่วนเรื่องเผด็จการนี่ยิ่งเลอะเทอะ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาโดยการรัฐประหารก็จริง แต่การเข้ามาเป็นรัฐบาลประยุทธ์ 2 ก็มาตามกติการัฐธรรมนูญฉบับ 60 ที่ผ่านประชามติของประชาชนมา 16.5 ล้านเสียง ตอนที่ รธน.โหวตผ่าน ก็พวกคุณไม่ใช่เหรอที่ตั้งขบวนการ #กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ออกมาโวยวายให้เขารีบจัดเลือกตั้ง

แต่พอมีการเลือกตั้ง แล้วคุณไม่สามารถรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ มันก็เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมมิใช่หรือ ที่พรรคอันดับสองอย่างพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นคนจัดตั้งรัฐบาล แล้วคนที่พรรคนี้เสนอชื่อคือใคร ก็มิใช่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หรอกหรือ นี่ก็ถือว่าทำตามกติกาทุกประการนะ จะเรียกสืบทอดอำนาจ เรียกเผด็จการ ก็เอาที่สบายใจเถอะ นั่นแหละคือที่มาของม็อบประชาชนปลดแอก ส่วนเหตุผลอื่นๆ ที่คุณมีความพยายามจะประดิษฐ์ขึ้นมา แถมยังพาดพิงไปถึงสถาบันกษัตริย์ของไทย ก็รอดูต่อไปว่ามันจะได้รับผลกรรมเช่นไร เห็นรึยังว่า ปลุกระดมโดยอ้างประชาธิปไตย หรือแค่ทวงอำนาจคือ !

อมร จันทรสมบูรณ์ อดีตเลขาธิการกรรมการกฤษฏีกา และผู้เชี่ยวชาญเรื่องรัฐธรรมนูญ เคยสะท้อนภาพการเมืองปัจจุบันในงานสัมมนาการเมือง  ที่ห้องประชุมจี๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  เมื่อปี 2555 ว่า การปกครองของประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่ยังมีเผด็จการนายทุนเข้ามาแทรก ผูกขาดอำนาจ ระบบเผด็จการนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2535 จะเห็นว่าขณะนี้มีประเด็นเรื่องความปรองดอง แต่ความปรองดองไม่ใช่การออกกฏหมายให้คนกอดกัน ต้องทำถูกให้เป็นถูก ผิดให้เป็นผิด ดังนั้น ประเทศไทยไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นผเด็จการระบอบนายทุนในรัฐสภา

“มีประเทศไหนบ้างที่คนจะเป็นรัฐมนตรี ต้องบินออกนอกประเทศ  เพื่อออกไปปรึกษานายทุน หรือถ้าพรรคการเมืองไม่มีหัวหน้าพรรค ก็ให้ภรรยาเป็นหัวหน้าพรรค เหตุการณ์เหล่านี้แสดงความผิดปกติในการเมืองของเรา  และคนที่เป็นหัวหน้าพรรคต้องเป็นนายกรัฐมนตรี  นี่คือทบัญญัตเดียวบนโลกนี้”

ด้าน จรัส สุวรรณมาลา อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยกล่าวไว้ในงานสัมมนาเดียวกันว่า การบริหารประเทศ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ นักการเมือง และข้าราชการ ซึ่ง 2 ส่วนมักร่วมมือกันหักหลังประชาชน แต่ไม่ใช่เรื่องแปลก และเปรียบได้กับไปงานบุฟเฟ่ต์ ซึ่งการแย่งชิงดังกล่าวเป็นการไร้ระเบียบ และหากให้โอกาสสังคมเป็นในลักษณะนี้ คนมีการฆ่ากันตายแน่ๆ

“วันนี้คนแย่งชิงแล้วชนะในสังคมบ้านเรา เงินกองกลาง คือ ภาษีเรา เก็บไปกองทั้งหมด คนที่ชนะในสังคมแบบนี้ คือ นักการเมืองที่มีทุนและสมคบกับข้าราชการบางกลุ่ม และวันนี้ประเทศไทยเป็นสังคมการปกครองที่มีระบอบเผด็จการทุนอำมาตย์ผูกขาด”

ปิดท้ายที่ บรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ บอกว่า การเมืองไทยหลัง ปี พ.ศ. 2535 จนถึงปัจจุบันเป็นระบบเผด็จการพรรคนายทุน และเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดปัญหาการเมืองมาจนวันนี้ ซึ่งชัดเจนขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 2554 ที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีซุกหุ้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปรียบเสมือนรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ก็ถูกหักและปัญหายังบานปลายจนถึงวันนี้

“ปรากฎการณ์ 1 ครอบครัว 3 นายกรัฐมนตรี อธิบายการครอบครองพรรคจากนายทุนได้เป็นอย่างดี ผู้ที่ควบคุมพรรคเหล่านี้ มีเสื้อคลุมประชาธิปไตยแต่ข้างในเป็นเผด็จการ ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องแจงให้เข้าใจว่าในประชาธิปไตยที่ซ่อนรูป มีเจ้าของพรรคที่กดรีโมต ทั้งนี้ สังคมไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ที่หนาแน่น ถูกอุปถัมภ์โดยทุนการเมือง ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยไทยจึงมีเพียงเปลือก แต่ข้างในเป็นเผด็จการ และเราไม่สามารถปล่อยให้ประเทศไทยทำแบบนี้ได้ยืนยาว ก่อนที่ประเทศไทยจะมีหนี้สิน หนี้สาธารณะที่เกินตัวและเราจะต้องพ้นออกไปจากวังวนนี้”

วิกฤตของประเทศเกิดขึ้นเพราะใครลองคิดๆ กันดู

#RoundtableThailand
roundtablethailand.com

 

Related stories