จาก “ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ” สู่การสถาปนา “สาธารณรัฐไทย” “ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” ตามที่นักการเมืองบางคนเขาบ(หล)อก! ได้จริงหรือ ?

AdminSat 26 Sep 2020
0
จาก “ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ” สู่การสถาปนา “สาธารณรัฐไทย” “ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” ตามที่นักการเมืองบางคนเขาบ(หล)อก! ได้จริงหรือ ?


เจตนาอันชัดเจนของม็อบเยาวชนปลดแอก ได้เผย “ตัวตน” และกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังออกมาเรื่อยๆ จากการโหมโรงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี ซึ่งประกาศไล่รัฐบาลลุงตู่ ด้วยข้อหาสืบทอดอำนาจและเผด็จการ และล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งก็สร้างแนวร่วมในภาคประชาชนได้มากพอสมควร แต่พอถึงการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เท่านั้นแหละ แนวร่วมภาคประชาชนเรื่องป่วนทันที เพราะข้อเสนอ 10 ข้อในการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ของกลุ่มเพนกวินและรุ้ง มันชัดเจนว่า #ล้มเจ้า ชัดๆ แม้จะออกมาแก้ต่างว่า 10 นี้จะธำรงสถาบันกษัตริย์ไว้ได้อย่างภาคภูมิจริงๆ ก็เถอะ แต่วิญญูชนที่ได้ฟัง ได้อ่านข้อเสนอ ต่างส่ายหน้า

จนมาถึงม็อบ 19 กันยายน ที่สนามหลวง การยืนยันในข้อเสนอ 10 ข้อ พร้อมวิพากษ์สถาบันกษัตริย์อย่างดุเดือด ยิ่งทำให้ประชาชนได้บทสรุปกับเจตนาของม็อบกลุ่มนี้ว่าต้องการอะไรกันแน่ ที่ผ่านมา ทั้งหน่วยความมั่นคงและประชาชนทั่วไป ทราบกันมาดีถึงกระบวนการปั้นข่าวเท็จใส่ร้ายสถาบันกษัตริย์ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ ผ่านกรุ๊ปรอยัลมาร์เก็ตเพลสในเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ชนิดที่เอามาเผยแพร่ไม่ได้เลยล่ะ ร้ายแรงและเลวร้ายมาก (นี่ขนาดมี ม.112 อยู่นะ ถ้าไม่มีจะขนาดไหน ?)

ควันหลงของสองม็อบที่ผ่านมา มันปรากฏกลิ่นอายของคำว่า Republic of Thailand หรือ สาธารณรัฐไทย ขึ้นมาในโซเชียลมีเดีย แต่ยังไม่ชัดเจนนัก จนกระทั่ง เหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน ที่รัฐสภาเสนอให้มีการศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญออกไปอีกหนึ่งเดือนเท่านั้นแหละ อารมณ์ของม็อบเกรี้ยวกราด จนกระทั่งคืนนั้นเองที่นายอานนท์ นำภา ประกาศว่าถึงเวลาของ #สาธารณรัฐไทย แล้ว และคืนนั้นเองที่ #RepublicofThailand ขึ้นอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์

จริงๆ แนวคิด Republic of Thailand หรือ สาธารณรัฐไทย ไม่ใช่ของใหม่นะ มีมานานตั้งแต่ยุคแนวคิดคอมมิวนิสต์เฟื่องฟู หรือช่วงเดือนตุลาคม 2514-2519 ที่กระบวนการนักศึกษาเบ่งบาน ใครที่เกิดทันยุคนั้น คงคุ้นเคยกับประโยค “ฝันถึงวันฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” ซึ่งเป็นผลผลิตของแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์หรือพวกซ้ายสุดโต่ง ที่ฝันถึงเอกภาพ เสมอภาค และภราดรของประชาชน แต่เอาเข้าจริง ตลอดช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมา มันพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า แนวคิดแบบคอมมิวนิสต์สุดโต่ง ยึดที่ดินเป็นของรัฐหมด แล้วจัดสรรให้ประชาชนอย่างเท่าเทียมอะไรเทือกนั้น มันล้มเหลว

เพราะนอกจากประชาชนจะจนเสมอภาคกันแล้ว มันเป็นการล้มศักดินาเก่า แล้วสถาปนาศักดินาใหม่ขึ้น ในรูปแบบของพรรค หรือกลุ่มบุุคล หรือบุุคคล ก็ตามแต่ละประเทศที่ใช้แนวคิดนี้จะยึดถือ ระบบคอมมูนนี้ยังตรวจสอบไม่ได้ด้วย นั่นจึงทำให้สหภาพโซเวียตต้องล่มสลาย จีนเองก็ต้องปรับตัวมาตั้งแต่ยุคเติ้งเลี่ยวผิง ขึ้นเป็นประธานาธิบดี ปัจจุบันแม้จีนจะใช้ระบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ปกครองประเทศอยู่ แต่มันไม่ใช่ออริจินัลอีกต่อไป เพราะระบบมันเปลี่ยนแปลงไปมาก มีการผสมผสานระบบทุนนิยมที่ทำให้ประชาชนเกิดการแข่งขันทำงาน ใครทำมากก็รวยมาก โดยรัฐควบคุมไม่ให้เกิดการเอาเปรียบจนเกินเหตุ

กลับมาที่สาธารณรัฐไทย ยุคคนเดือนตุลาคมจบลงด้วยความล้มเหลว และนักศึกษาส่วนหนึ่งต้องหนีเข้าป่า เป็นอันว่า สาธารณรัฐไทย part1 พักไว้ชั่วคราว แต่ฝันของยุคคนเดือนตุลาคมซ้ายจัดยังมีอยู่ (และเกินกว่าครึ่ง ล้มเลิกแนวคิดนั้นไปแล้ว เพราะอายุที่มากขึ้น วุฒิภาวะที่มากขึ้นสอนให้คนรู้ว่า อะไรคือสัจธรรมของชีวิต

แนวคิดสาธารณรัฐไทยถูกพับไปก็จริง แต่มันกลับมาถูกจุดประกายอีกครั้งในช่วงที่ทักษิณ ชินวัตร ครองอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญปี 40 ยุคนั้นเป็นยุคที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นการจับมือกันของทุนนิยม (ทักษิณ) กับพวกฝ่ายซ้ายจัดอารมณ์ค้าง (ใครนะลองเดาดู) เข้าบริหารประเทศด้วยแนวคิดสมัยใหม่ แต่กระบวนการใต้ดินที่คอยปั่นหัวชาวบ้านให้เกลียดชังสถาบันกษัตริย์ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ชัยอนันต์ สมุทวณิช เคยเขียนบทความในคอลัมน์ชีวิตที่เลือกได้ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 ได้สะท้อนถึงขบวนการ Republic of Thailand ไว้อย่างน่าสนใจว่า

“ขบวนการ Republic of Thailand ซึ่งมีอยู่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบสแกนดิเนเวีย ที่ฟินแลนด์ มี Website ของ Republic of Thailand ด้วย ส่วนในประเทศไทยมีอยู่หลายแห่ง คือ ในมหาวิทยาลัยบางแห่งมีอาจารย์ที่มีความเห็นว่าประเทศไทยไม่จำเป็นจะต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งที่เป็นฝ่ายซ้ายเก่า ทำหนังสือและใบปลิว ตลอดจนพูดคุยกับชาวบ้านในทำนองหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อีกส่วนหนึ่งของขบวนการนี้ก็คือ การเคลื่อนไหวโจมตีประธานองคมนตรี”

ขบวนการ Republic of Thailand นี้ ประสานกับกลุ่มที่เปิด Website ในเมืองไทยหลายแห่งและมีการออกวารสารด้วย เมื่อมีการจับกุมผู้ไม่ยืนแสดงความเคารพ ขบวนการนี้ก็ได้ออกกระทู้ใน Web และมีการทำเสื้อยืดแจก

จะเป็นการบังเอิญหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่กลุ่มผู้สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นสารธารณรัฐนี้ก็สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณด้วย และกลุ่มที่ไปประท้วงบ้านสี่เสาฯ ก็ชัดเจนว่า เป็นกลุ่มสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ

แต่ทุกอย่างในเวลานั้นจบลงด้วยรัฐประหาร 2549 ซึ่งดูเหมือนจะจบไป แต่ป่าวเลย มันมาเฟื่องฟูอีกรอบในปี 52-53 ช่วงเวลาที่ม็อบเสื้อแดงเติบโต หมู่บ้านเสื้อแดงคือคำตอบดังกล่าว ก็โชคดีที่พลเอกประยุทธ์ ออกมาเบรกไว้ได้อีกรอบ แต่วันนี้กลับมาเติบโตอีกรอบผ่านม็อบเยาวชนปลดแอก ที่มีคนกลุ่มนั้น ? หนุนหลัง แต่แนวคิดสาธารณรัฐไทย ในวันนี้ ชัดเจนและรุนแรงกว่าเดิม เพราะการปั่นหัวให้เด็กๆ ชิงชังกษัตริย์ ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม

แต่มันจะสำเร็จหรือไม่นั้น ต้องไม่ลืมว่า บริบทของสังคมไทยไม่เหมือนกับฝรั่งเศสหรือตะวันตก บทบาทของสถาบันกษัตริย์ไทยนั้นใกล้ชิดกับประชาชนมาช้านาน  การที่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่หมดศรัทธาในสถาบันกษัตริย์น่าจะต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 50-100 ปี สิ่งที่น้องๆ ต้องไปคิดต่อก็คือ ล้มเจ้าได้แล้วจะยังไงต่อ ? ใครจะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ? เขาคนนั้นมับารมีพอที่จะเป็นที่ยึดเหนี่ยวของประชาชนได้จริงหรือ ?

สุดท้ายอยากฝากพุทธวจน ของท่านพุทธทาส มาเตือนสติกันสักหน่อย “ประชาธิบไตย คือประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่ ต้องให้ประชาชนได้รับประโยชน์เต็ม อย่างนั้นจึงจะเป็นประชาธิปไตย ไอ้ประชาชนเป็นใหญ่นั้นมันไม่แน่ ประชาชนบ้าบอก็ได้ ถ้าประชาชนเห็นแก่ตัวแล้วฉิบหายหมด”

https://positioningmag.com/10992
#RoundtableThailand
roundtablethailand.com

 

 

Related stories