ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ปัญหา อุปสรรค อนาคต

AdminSat 07 Nov 2020
0
ประชาธิปไตยแบบไทยๆ  ปัญหา อุปสรรค อนาคต


ข่าวที่ทำให้คนไทยคึกคักมากเป็นพิเศษในช่วงนี้ คงต้องยกให้เรื่องการเลือกตั้งอเมริกัน ที่แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับประเทศเรา แต่เมื่อมองการเมืองอเมริกันด้วยใจเป็นธรรมแล้ว เราจะพบว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเองก็มีทั้งข้อดีข้อเสียให้ได้ถกเถียงกันอยู่ไม่น้อย

ไม่ว่าจะเป็น ทำไมต้องใช้จำนวนคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral vote) เป็นตัวตัดสินแทนคะแนนป๊อปปูล่าโหวต, ทำไมแต่ละรัฐมีตัวแทนของสภาคองเกรสหรือสภาสูงเท่ากันจำนวนรัฐละ 2 คน ทั้งๆ ที่แต่ละรัฐจำนวนประชากรไม่เท่ากัน ฯลฯ ซึ่งกฎเหล่านี้มีมากว่า 200 ปีแล้วตั้งแต่ก่อตั้งสหรัฐอเมริกาก็น่าจะถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงได้สักที

แต่แม้ว่าจะมีนักวิชาการและประชาชนแสดงความคิดเห็นในเรื่อเหล่านี้ แต่ทุกคนก็ยอมรับกติกา นั่นเป็นเพราะกฎ/กติกาที่วางไว้ อาจจะไม่ได้ถูกใจทุกคนได้หมด แต่การสู้กันตามกติกา เป็นวิถีที่นักประชาธิปไตยเขาทำกัน ยกตัวอย่างการเลือกตั้งเมื่อปี 2016 ที่ทรัมป์ชนะฮิลลารี คลินตัน ด้วยคะแนนคณะผู้เลือกตั้งที่เกิน 270 เสียง ทั้งๆ ที่ฮิลลารีมีคะแนนป๊อปปูล่าโหวตที่มากกว่าถึง 3 ล้านเคะแนน ผ่านมา 4 ปี ไม่ว่าคนอเมริกันจะถูกใจทรัมป์หรือไม่ก็ตาม เมื่อมาถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ ทั้งสองฝ่ายก็รณรงค์กันออกมาเลือกตั้งเพื่อช่วยให้ฝ่ายที่ตัวเองสนับสนุนชนะ

เราจึงได้เห็นปรากฏการณ์ที่คะแนนเสียงของทั้งทรัมป์และไบเดน สูงกว่าคะแนนป๊อปปูล่าโหวตที่บารัค โอบามา เคยทำไว้ที่ 65 ล้านเสียง (ขณะนี้ทรัมป์มีคะแนน 70 ล้านคะแนน ส่วนไบเดนมี 74 ล้านคะแนน) นับได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ตัวแทนของทั้งสองพรรคและประชาชนที่สนับสนุนทั้งสองฝ่าย สู้กันตามกติกา (ส่วนจะพอใจหรือไม่พอใจกติกาหรือไม่นั้น เป็นเรื่องส่วนบุคคล)

เหลียวกลับมามองประชาธิปไตยแบบไทยๆ บ้าง เราเคยพอใจอะไรที่เรามีบ้าง นอกจากการอ้างฝรั่งเศส อ้างอังกฤษ อ้างเยอรมนี อ้างจีน อ้างอเมริกา เราอยากเป็นเหมือนเขาหมด แต่เราลืมไปว่าเรามีจุดแข็งของเรา รวมถึงกฎ/กติกาที่เรามีตามรัฐธรรมนูญ อาจจะไม่ได้ดีเด่นไปเสียทุกข้อ แต่ถ้าเราจะแก้ไข เราควรจะแก้เป็นข้อๆ มากกว่ารื้อทิ้งทั้งฉบับ ใช่หรือไม่?

ประชาธิปไตยแบบไทยๆ มีอะไรบ้าง

1. เรามีรากฐานอันมั่นคงที่ก่อกำเนิดเป็นราชอาณาจักรไทย (ชาติ) ได้แก่ “พุทธศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์”

2. เรามีสันดานเฉพาะตัวของตัวคนไทย​​เอง ที่หล่อหลอมมาจากวัฒนธรรม จารีต ประเพณีที่สะสมมาหลายชั่วอายุคนจนถึงปัจจุบัน

ฉะนั้น เรามีความจำเป็นที่จะต้องออกแบบประชาธิปไตยแบบไทยๆ เอง ผ่านระบบการเลือกตั้ง มากกว่าที่เราจะก็อปปี้ระบบของประเทศอื่นๆ ซึ่งได้รับการออกแบบมาตามวิถีชีวิตของชนชาตินั้น ใช่หรือไม่

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าประชาธิปไตยที่เป็นผลผลิตของโลกตะวันตก และนำมาสู่ประเทศไทยได้ 88 ปีแล้วนั้น เป็นระบบที่สมบูรณ์ แต่ถ้าเราได้ศึกษาประวัติศาสตร์แบบเอเชีย ตั้งแต่สมัยพุทธกาลเป็นต้นมา ต้องนับได้ว่า เรามีประชาธปไตยแบบท้องถิ่นอยู่ไม่น้อย อาทิ ประเพณีการทอดกฐิน ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังออกพรรษาของทุกปี ในพิธีทอดกฐินจะต้องมีพระภิกษุที่มารับผ้ากฐินซึ่งจะต้องมีองค์ประชุมคือพระภิกษุซึ่งจำพรรษาโดยไม่ขาดพรรษาเลยไม่ต่ำกว่า 5 รูป ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพุทธบัญญัติ ในการกำหนดพระภิกษุผู้จะรับผ้ากฐินนั้น จะต้องมีพระภิกษุ 1 ใน 5 รูปเป็นผู้เสนอว่าพระภิกษุรูปใดจะเป็นผู้รับผ้ากฐิน เมื่อมีผู้เสนอแล้ว ก็จะมีการถามว่ามีผู้คัดค้านหรือไม่ ถ้ามีผู้คัดค้านสามารถค้านได้ แต่แพ้การลงมติจากเสียงข้างมาก ก็ต้องยอมรับ จะเห็นว่าพิธีการทอดกฐินมีองค์ประกอบของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอย่างครบถ้วน  เพียงแต่เรื่องพวกนี้ คนไทยเรามักละเลยไปอย่างน่าเสียดาย

ภายในสถาบันสงฆ์เอง ก็สร้างเอกภาพและความเท่าเทียมกันอย่างสูงสุด เพราะไม่ว่าจะมาจากชนชั้นไหน ลูกเศรษฐี พระราชา ยาจก ชาวนา ไพร่ ทาส เมื่อมาบวชเรียนภายใต้ร่มกาสวพักตร์ ทุกคนจะเท่าเทียมกัน โดยมีศีลธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้ละจากความโลภ โกรธ หลง และฐานานุรูปที่นำมาซึ่งกิเลส

ส่วนประชาธิปไตยของโลกตะวันตกยึกหลักอะไร หลักการสำคัญ 3 ประเด็นที่พวกฝรั่งนิยมใช้ ได้แก่ 1. ปกครองโดยเสียงส่วนใหญ่ (Majority Rule) 2. ความเท่าเทียมกันใน สิทธิ (Rights) โอกาส (Opportunity) และการปฏิบัติ (Treatment) 3. การตรวจสอบและถ่วงดุลย์ (Check and Balance) ซึ่งเอาเข้าจริง สิ่งเหล่านี้ล้วนมีเป็นกติกาในสังคมพื้นฐานของเรา เพียงแต่เราก็ชอบธรรมอะไรตามใจตัวเอง และมองคนอื่นดีกว่าคนใกล้ตัวเสมอ

นอกจากนี้ สังคมไทยยังเป็นสังคมอุปภัมถ์ นั่นทำให้สังคมในระดับท้องถิ่น เต็มไปด้วยการสร้างอภิสิทธิ์ชนท้องถิ่นโดยไม่รู้ตัว ลองมองไปที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และบรรดาผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นดูสิ ฉะนั้น ระบบที่เราร่วมกันสร้างมาแต่โบราณ จึงไม่ใช่ระบบการเป็นทาสแบบที่คณะบุคคลคณะหนึ่งนำมาป่าวประกาศ แต่เป็นการเกื้อหนุนเกื้อกูลกันมา แต่มันก็สร้างจุดอ่อนให้ระบอบประชาธิปไตยระดับชาต้ได้เช่นกัน

เพราะบรรดาอภิสิทธิ์ชนท้องถิ่นเหล่านี้ จะส่งตัวแทนหรือจะเรียกว่ากลุ่มผู้มีผลประโยชน์เข้าสู่ระบบรัฐสภา เพื่อมากำหนดนโยบายของรัฐและกุมงบประมาณเอาไว้ในมือ ตัวแทนอภิสิทธิ์ชนท้องถิ่นไหน นำความเจริญสู่ท้องถิ่น จังหวัดนั้นก็สบายไป แต่ถ้านำอำนาจที่ตัวเองได้รับในฐานะตัวแทนประชาชนไปสร้างผลทางธุรกิจให้กับกลุ่มก๋วนของตัวเอง มันก็จะสร้างปัญหาความเหลื่อมล้ำกลายเป็นวัฎจักรไม่รู้จบ เพราะโครงสร้างทางสังคมได้เอื้อประโยชน์ระยะยาวให้กับกลุ่มอภิสิทธิ์ชนท้องถิ่น ตลอดจนอภิสิทธิ์ชนระดับชาติ ผ่านสัมปทานงานรัฐต่างๆ และทำให้ช่องว่างระหว่างคนมีกับคนไม่มีเพิ่มมากขึ้น

เราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร? เพื่อให้อนาคตสดใสกว่าเดิม จะเริ่มที่การแก้รัฐธรรมนูญ หรือปรับเปลี่ยนจากตัวเรา


https://web.facebook.com/pongpol.adireksarn

https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/646888

https://www.posttoday.com/politic/report/480475

#RoundtableThailand
roundtablethailand.com

 

 

 

Related stories