คอลัมน์ โต๊ะกลม คมความคิด สไตล์ Pat Hemasuk “ความรุนแรงและความโกรธแค้น ไม่เคยเปลี่ยนโลกใบนี้ได้สำเร็จ”

AdminSat 21 Nov 2020
0
คอลัมน์ โต๊ะกลม คมความคิด สไตล์ Pat Hemasuk “ความรุนแรงและความโกรธแค้น ไม่เคยเปลี่ยนโลกใบนี้ได้สำเร็จ”


คอลัมน์ โต๊ะกลม คมความคิด สไตล์ Pat Hemasuk
“ความรุนแรงและความโกรธแค้น ไม่เคยเปลี่ยนโลกใบนี้ได้สำเร็จ”

ความรุนแรงและความโกรธแค้นนั้นไม่เคยเปลี่ยนโลกใบนี้ได้สำเร็จ ถ้ายิ่งผสมกับความเท็จที่ออกมาเร่งเร้าให้เกิดความรุนแรงด้วยแล้ว ยิ่งไม่เคยประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงเลยในประวัติศาสตร์

เหตุการณ์นี้สามารถย้อนกลับไปมองดูได้ถึงหลายร้อยปีก่อนเมื่อครั้งปฏิวัติฝรั่งเศส ที่เกิดความรุนแรงและดำรงความรุนแรงอย่างต่อเนื่องยาวนาน กลุ่มผู้ที่ใช้ความรุนแรงในการเปลี่ยนแปลงจากล้มกษัตริย์แล้วจับกลุ่มคนที่ตัวเองคิดว่าเป็นพวกความคิดตรงข้ามเข้าระบบพิพากษาในศาลของตัวเอง คดีเข้าตอนเช้าตอนบ่ายตัดหัวหมด แต่ความรุนแรงก็ยังไม่สามารถที่จะหยุดตัวเองลงได้ เพราะเมื่อความรุนแรงเริ่มกัดกินตัวเองแล้ว แม้แต่พวกที่ร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงฝรังเศสก็ยังโดนคนพวกเดียวกันตัดหัวไปเรื่อย ๆ จนเกือบหมดทั้งกลุ่ม ในที่สุดกลุ่มผู้เปลี่ยนแปลงแม้จะล้มระบบกษัตริย์ที่ตัวเองไม่ต้องการในเวลานั้นลงได้แล้ว แต่ต่อมาอีกไม่กี่ปีก็ได้ผู้ที่แต่งตั้งตัวเองเป็นจักรพรรดิที่เผด็จการกว่าเดิมขึ้นมาแทน และนำพาเอาประเทศฝรั่งเศสล่มจมทางเศรษฐกิจจากสงครามยิ่งกว่าตอนก่อนปฏิวัติเสียอีก

ถ้อยคำที่ว่า "การปฏิวัติจะบังเกิดได้ในห้วงเวลาประวัติศาสตร์ ที่ประชาชนจำนวนมหาศาลเกิดความรู้สึกนึกคิดร่วมกันในมิติแห่งความโกรธแค้น" นั้นไม่มีทางเป็นจริงไปได้ เมื่อเวลาผ่านไปทุกสิ่งทุกอย่างจะแสดงความจริงกว่า สิ่งที่แท้จริงกว่า ออกมาว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ผิดและไม่ยืนยาว เพราะคำว่าจำนวนมหาศาลของประชาชนนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงแต่คนกลุ่มไม่มากนักเมื่อเทียบกับคนที่เห็นต่างกับสิ่งนี้ทั้งประเทศ เป็นเพียงแต่ภาพลวงตาของคำว่ามวลชนมหาศาลในคนกลุ่มที่มีความคิดในทางเดียวกันเท่านั้น หลายเหตุการณ์ในอดีตของประเทศไทยก็เช่นกัน คนจำนวนไม่มากที่คิดว่ากลุ่มของตนเองคือคนส่วนใหญ่นั้น ได้สร้างรอยแผลให้กับประวัติศาสตร์ของชาติหลายครั้ง


ตัวอย่างอีกเรื่องที่ผมอยากจะพูดถึงคือม็อบฮ่องกงที่ออกมาเมื่อไรก็ทุบทำลายสาธารณะสมบัติทุกอย่างที่ใกล้ตัว ใช้สีพ่นเขียนข้อความหยาบคาย ข้อความที่พวกเขาคิดว่าอ่านแล้วดูตัวเองฉลาด คิดว่าใครเห็นแล้วจะดูดี แต่ที่จริงแล้วเป็นถ้อยความบัดซบไม่มีใครในฮ่องกงชอบเลยสักคน แม้แต่คนที่ติดตามข่าวต่างประเทศก็มองว่าม็อบเยาวชนพวกนี้สิ้นคิด และใช้วิธีรุนแรงแม้กระทั่งเผาบ้านเมืองตัวเองแบบนี้เพื่อเปลี่ยนแปลงฮ่องกงตามที่พวกเขาต้องการ 

การที่ผมยกตัวอย่างของฮ่องกงก็เพราะว่าเป็นตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งของการใช้วิธีที่ผิด ผสมกับความเท็จที่ออกมาปั่นหัว และอีกอย่างคือถึงวันนี้คนทั้งภายในฮ่องกงและคนที่อ่านข่าวต่างประเทศก็สามารถที่จะมองได้ออกว่าม็อบฮ่องกงนั้นไม่ใช่ม็อบธรรมชาติจากภายใน แต่เป็นการจัดการจากภายนอกฮ่องกง โดยยืมมือเยาวชนที่ด้อยประสบการณ์เข้ามาป่วนบ้านเมืองตัวเอง สิ่งที่แปลกในสายตาคนภายนอกคือม็อบเยาวชนของฮ่องกงที่อยากเปลี่ยนแปลงสังคมการเมืองของตัวเอง แต่ดันถือธงที่ไม่ใช่ธงของชาติตัวเองออกมาประท้วง สิ่งนี้คือสิ่งที่มองแล้วแปลกในสายตาของคนภายนอก

แม้แต่เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา นายจงหอลัม แกนนำม็อบฮ่องกงที่สนับสนุนแนวทางรุนแรงในการประท้วง ยังออกมาให้สัมภาษณ์กับ BBC เองว่า “พวกเขายอมรับว่าประเมินผิดพลาด การประท้วงของพวกเขาไม่ได้ทำให้ฮ่องกงมีเสรีภาพ แต่กลับกันฮ่องกงเข้มงวดกว่าเดิม ... หากย้อนเวลากลับไปได้ คงไม่ออกมาประท้วง และจะเลือกที่จะรักษาเสรีภาพเท่าที่ฮ่องกงเคยมีเอาไว้ก่อนหน้านั้น”

ย้อนหลังไปหลายเดือน หลังจากที่กลุ่มม็อบเยาวชนฮ่องกงออกมาทำลายสาธารณะสมบัติทุกสิ่งที่ขวางหน้า ก็จะมีชาวฮ่องกงส่วนหนึ่งออกมาทำความสะอาดบ้านเมืองของตัวเองทุกครั้งในวันรุ่งขึ้น ภาพนี้เหมือนถูกรีเพลย์อีกครั้งที่กรุงเทพฯ หลังจากม็อบเยาวชนยุติการชุมนุมไปแล้ว เกือบทุกครั้งจะมีประชาชนกรุงเทพจำนวนไม่น้อยที่ทนเห็นบ้านเมืองอยู่ในสภาพเน่าและสกปรกแบบนั้นไม่ได้ ร่วมกันออกมาทำความสะอาดไม่ต่างกับที่คนฮ่องกงทำมาก่อนหน้านั้น และภาพที่เห็นเมื่อวานนี้ที่คนไทยออกมาทำความสะอาดบ้านเมืองตัวเองก็ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นหลายครั้งที่มีคนออกมาเก็บกวาดและล้างสีบนถนนหลังจากม็อบกลับบ้านไปแล้ว เพียงแต่ภาพเมื่อวานนี้ที่ออกสื่อเป็นการทำความสะอาดครั้งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเท่านั้น

ผมเห็นคนที่ออกมาทาสีกำแพงวัดปทุมวนารามให้ใหม่จนค่ำมืดก็ไม่หยุด เพราะกำแพงและป้ายชื่อวัดถูกสาดสีและพ่นข้อความที่เลวร้ายที่ไม่ละเว้นแม้แต่เขตวัด พวกเขาใช้เวลาตลอดเย็นจนค่ำดึกดื่นเพื่อทำให้กำแพงวัดกลับมาเป็นสีขาวเหมือนเดิมอีกครั้ง พวกเขาทำอย่างสงบต่างคนต่างทำเหมือนกับว่ามันเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องทำในคืนนั้นเพื่อให้บ้านเมืองของเขากลับมาดูดีเหมือนเดิมอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น

"ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร มารยาทส่อสันดาน ชาติเชื้อ" สิ่งนี้ยังคงเป็นจริงอยู่เสมอ ในความแตกต่างของกลุ่มคนและวิธีการการประท้วงแต่ละครั้งที่เคยเกิดขึ้นมาในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน

สิ่งนี้ยังตอกย้ำให้เห็นสัจธรรมของการเปลี่ยนแปลงว่า การเปลี่ยนแปลงด้วยวิธี สันติ อหิงสา ของมหาตมะ คานธี สร้างเอกราชของอินเดียอย่างยืนยาวและมั่นคง แม้ตัวเขาจะถูกฆ่าแต่เอกราชของอินเดียนั้นยังคงอยู่ แต่วิธีรุนแรงของม็อบฮ่องกง ความรุนแรงในประท้วงเผาเมืองในฝรั่งเศสเมื่อปีที่แล้วที่จบแบบไร้สิ่งตอบแทนให้กับผู้ประท้วง แต่สร้างบาดแผลความเสียหายมหาศาลให้กับปารีส การประท้วงล้มรัฐบาลของยูเครน วิกเตอร์ ยานูโควิค ด้วยความรุนแรงที่กรุงเคียฟ กลุ่มผู้ประท้วงได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และกลุ่มนาโต้เมื่อเจ็ดปีก่อน ที่ทำให้ประเทศยูเครนเกิดสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ และต้องเสียพื้นที่ทั้งคาบสมุทรไครเมียออกไปในเวลาต่อมา ย้อนหลังไปยี่สิบกว่าปีการประท้วงที่รุนแรงจากคนรุ่นใหม่ในประเทศลิเบียที่ได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตกให้ล้มรัฐบาลของ โมอัมมาร์ กัดดาฟี แล้วลากเอา กัดดาฟี ออกมาฆ่ากลางถนน ทำให้ประเทศที่เคยมั่งคั่งจากการขายน้ำมันที่มีสวัสดิการพื้นฐานให้ฟรีกับประชาชนทุกคนต้องล่มลง ตั้งแต่นั้นลิเบียไม่เคยสงบหรือพบกับสันติอีกเลย หรือแม้กระทั่งย้อนหลังไปสองร้อยกว่าปี การปฏิวัติฝรั่งเศสที่ฆ่าทุกคนที่เห็นต่างนั้น ก็ไม่ใช่วิถีทางหรือวิธีที่สร้างอนาคตของชาติที่มั่นคงถาวรเลยแม้แต่น้อย

 

 

Related stories