ความฝันถึง ‘จุดออกัสซั่มของมาร์กซิสต์ไทย’ ที่ใกล้ล่มสลาย

AdminSat 12 Dec 2020
0
ความฝันถึง ‘จุดออกัสซั่มของมาร์กซิสต์ไทย’ ที่ใกล้ล่มสลาย


เรียกเสียงฮือฮาระดับ 9 ริกเตอร์ ได้เลยทีเดียว กับการเปิดตัวขบวนการเคลื่อนไหวใหม่ที่ใช้ชื่อว่า RT MOVEMENT ของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่เลือกนำประเด็น “แรงงาน” มาเป็น ธง นำการเคลื่อนไหว โดยในวันประกาศตัว (7 ธ.ค.63) เพจเยาวชนปลกแอก - Free YOUTH เขียนคำประกาศไว้สั้นๆ ว่า นี่คือ MOVEMENT ครั้งใหม่ที่จะไม่มีอะไรเหมือนเดิม ปลุกสำนึกทางชนชั้นของเหล่าแรงงานผู้ถูกกดขี่ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน พนักงานออฟฟิศ แม่บ้าน รปภ. นอกเครื่องแบบ ชาวนา ข้าราชการ “เราทุกคนล้วนเป็นแรงงานผู้ถูกกดขี่” และปิดประโยคสุดท้ายว่า


มาร่วม RESTART THAILAND เพื่อสร้างสังคมที่ “คนเท่ากัน” โปรดรอติดตามช่องทางที่จะใช้เพื่อทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นเร็วๆ นี้

คำประกาศนี้ต่างอะไรจาก Communist Manifesto ของคาร์ล มาร์กซ์ ที่เคยก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในหลายๆ ประเทศมาแล้ว ทั้งรัสเซีย จีน เวียดนาม ลาว คิวบา และยุโรปตะวันออกหลายๆ ประเทศ จะฟันธงว่าขบวนการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาทั้งหมดของม็อบเยาวชนปลดแอก (และอีกสารพัดชื่อ ซึ่งล้วนมาจากรากเดียวกันทั้งสิ้น) เป้าหมายเดียวคือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของประเทศไทย จากประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สู่ระบอบสาธารณรัฐ นั่นเอง (ส่วนจะเป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมหรือไม่ ดูที่เจตนาของแกนนำทั้งหลายสิ)

คำประกาศน่ะ ไม่เท่าไหร่ เพราะแม้ว่าบรรดาแกนนำทั้งหลายจะออกมาปฏิเสธข้างๆ คูๆ ว่า ไม่ได้คิดเช่นนั้น ไม่ได้อยากเป็นคอมมิวนิสต์ แต่การปรากฏตัวของสัญลักษณ์รูป #ค้อนเคียว ก็ตีความเป็นอื่นไปไม่ได้ เพราะพฤติกรรมของม็อบที่ผ่านมามันชัดเจนตั้งแต่

1. ต้องการแก้รัฐธรรมนูญทุกมาตรา ตั้งแต่มาตรา 1 ที่ว่าด้วยรูปแบบรัฐ

2. ขบวนการทำร้ายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่การนำข้อความอันเป็นเท็จใส่ร้ายสถาบันทางโลกออนไลน์ ในแคมเปญเบิกเนตรบ้างล่ะ ตาสว่างบ้างล่ะ โดยมีปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เป็นตัวหัวหอก

3. ความเคลื่อนไหวเรื่องแนวคิด #สาธารณรัฐไทยใหม่ ที่ชัดเจนและรุนแรงขึ้นทุกวัน

เมื่อมาบรรจบกับขบวนการ RESTART THAILAND และสัญลักษณ์รูปค้อนเคียวด้วยแล้ว ก็ครบองค์ประกอบของความผิดฐานเป็นกฎบต่อราชอาณาจักรทุกประการ

การเดินเกมครั้งนี้ เหมือนมีการวางยุทธศาสตร์ชั้นเลิศระดับขงเบ้งประสานมือกับสุมาอี้ แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้ว กลายเป็นว่า กุนซือผู้อยู่เบื้องหลัง กำลังหลงเพ้อกับความฝันถึงจุดออกัสซั่มแบบมาร์กซิสต์ ในการล้มเจ้า ล้มปืน และล้มทุน เพื่อนำพาปวงประชาสู่ความเสมอภาค ภราดรภาพ และเสมอภาพ

แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ โดยสามนายทหารที่ผ่านประสบการณ์ด้านนี้มาอย่างโชกโชนทั้ง พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ อดีตผู้ประสานงานกองกำลังคอมมิวนิสต์ภาคใต้ และมาลายู, พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์ นักเขียนด้านประวัติศาสตร์การทหารและข้อมูลในช่วงสงครามคอมมิวนิสต์ และพล.อ.สำเร็จ ศรีหร่าย อดีตรบพิเศษ ให้ข้อสรุปที่ตรงกันในเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจว่า

สัญลักษณ์ 'ค้อนเคียว' ของกลุ่มเยาวชนปลดแอก คือการพุ่งเป้าขยายแนวร่วมจากเดิมที่เป็นนิสิต นักศึกษา ไปยังชนชั้นผู้ใช้แรงงาน ข้าราชการ พนักงานออฟฟิศ ฯลฯ หวังยกระดับการชุมนุมในปี 2564 เท่านั้น

การพุ่งเป้าขยายแนวร่วมจากเดิมที่เป็นนิสิต นักศึกษา ไปยังชนชั้นผู้ใช้แรงงาน ข้าราชการ พนักงานออฟฟิศ ฯลฯ เพื่อหวังยกระดับการชุมนุมในปี 2564 จะทำได้จริงหรือ เพราะบริบทปัจจุบันแตกต่างจากบริบทในยุค 60-70s เป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องการกดขี่แรงงาน ซึ่งประเทศไทยของเรามี พ.ร.บ.ปกป้องแรงงานอยู่หลายฉบับ รัฐบาลเองก็สร้างสวัสดิการเพื่อให้แรงงานได้มีสิทธิมีเสียง ทั้งการตั้งสหภาพแรงงาน เพื่อใช้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรรม ศาลแรงงานบ้านเราก็มี

นอกจากนี้ การเข้าทำงานในระบบค่าจ้างรายวันและรายเดือนนั้น เป็นทางเลือกที่คนเลือกที่จะเดินเข้าไปเอง ไม่ได้มีการบังคับให้ต้องจำยอมแต่อย่างใด ฉะนั้นความฝันในการปลุกระดมว่าทุกคนเป็นแรงงานที่โดนกดขี่ จึงเสมือนคนเมากัญชาที่อยู่ในอาการมึนๆ เมาๆ โดยลืมไปว่าองค์ประกอบ ณ วันนี้ต่างจากอดีตมาก

การชูสัญลักษณ์ ’ค้อนเคียว' จึงกลายเป็นปรากฏการณ์ทางอารมณ์ของมาร์กซิสต์สุดโต่งที่ยังฝันว่า จะมีวันนั้น ทำไมถึงกล้าฝันธงเช่นนี้ เพราะ ’ค้อนเคียว' เป็นรู้จักกันดีว่าเป็น สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของลัทธิคอมมิวนิสต์ พรรคคอมมิวนิสต์ หรือรัฐคอมมิวนิสต์ ต่างๆ ทั่วโลก ที่ถูกนำไปใช้ในธงชาติ ควบคู่ไปกับรูปดาวแดง และตราสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อสื่อไปถึงบุคคลในชนชั้นกรรมาชีพและชนชั้นชาวนา เพื่อสร้างเอกภาพภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นรากฐานสำคัญ

เมื่อ 'กลุ่มเยาวชนปลดแอก' นำกลับมาใช้อีกครั้ง จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาว่า กำลังหันหลังให้ 'ประชาธิปไตย' ด้วยการปลุก 'พรรคคอมมิวนิสต์' ในประเทศไทยให้ฟื้นกลับมาเป็นเครื่องมือต่อสู้กับรัฐบาล ใช่หรือไม่

พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ อดีตผู้ประสานงานกองกำลังคอมมิวนิสต์ภาคใต้ และมาลายู ระบุว่า คอมมิวนิสต์ เป็นเรื่องล้าสมัยในปัจจุบัน ตนเชื่อว่าแนวคิดดังกล่าวไม่มีหลงเหลืออยู่ในประเทศไทย หลังระบบทุนนิยมเข้ามา โอกาสกลับไปสู้รบเหมือนในอดีตไม่มีแน่นอน

"ส่วนที่กลุ่มเยาวชนปลดแอก นำค้อนกับเคียวมาเป็นสัญลักษณ์ ในการเคลื่อนไหว มองว่าไม่เป็นภัยคุกคามความมั่นคง และไม่ใช่คอมมิวนิสต์ เพราะไม่ครบองค์ประกอบทั้งสามประการ คือ 1.ตัวพรรคคอมมิวนิสต์ 2. กองกำลังประจำสาขาต่างๆ 3. มวลชน"

พล.อ.อกนิษฐ์ กล่าวต่อว่า หากในอนาคตเยาวชนปลดแอก มีการพัฒนาแนวคิดเข้าข่ายคอมมิวนิสต์ จริง ก็ไม่จำเป็นต้องไปรื้อ พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 เพราะปัจจุบัน รัฐบาลมี พ.ร.บ.ความมั่นคง เป็นเครื่องมือดูแลอยู่แล้ว

สอดคล้องกับ พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์ นักเขียนด้านประวัติศาสตร์การทหารและข้อมูลในช่วงสงครามคอมมิวนิสต์ มองว่า ไม่อยากให้ตีตนไปก่อนไข้ หรือวิเคราะห์กันไปต่างๆนาๆ ว่าการหยิบค้อนเคียวมาเป็นสัญลักษณ์ จะหมายถึงคอมมิวนิสต์ไปทั้งหมด เช่นเดียวกับคนใส่ชุดทหาร ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะชอบเป็นทหาร แต่อาจชอบเฉพาะเครื่องแบบ แต่การหยิบสัญลักษณ์ดังกล่าวมาใช้ เพื่อต้องการสื่อและดึงคนอีกกลุ่มมาเป็นแนวร่วม

ส่วนอดีตรบพิเศษอย่าง พล.อ.สำเร็จ ศรีหร่าย ชี้ว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์ในอดีต จะชักชวนคนมีปัญหากับรัฐบาลเข้าร่วมและต้องผ่านการฝึกอบรมการเมืองการทหารในหลายขั้นตอน เช่น ชาวไร่ ชาวนา ในขณะที่กลุ่มนักศึกษาเริ่มเข้าร่วมปี 2516 และเพิ่มมาขึ้นในปี 2519  จนกว่าจะผ่านขั้นตอนต่างๆ และรับเข้าเป็นสมาชิก

"ไม่มีอะไรน่ากังวล ไม่ใช่แนวคิดเชิงอุดมการณ์  จะค้อนเคียว หรือหมวกดาวแดง เป็นเพียงสัญลักษณ์ หรือของที่ระลึก แสดงความเป็นพวกเดียว กลุ่มเดียวกัน หากกลุ่มเยาชนปลดแอก จะหยิบมาใช้ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะต้องการสื่อและหาแนวร่วมใหม่ๆ มากกว่า"

ทั้งนี้ปัญหา 'คอมมิวนิสต์' หมดไปจากประเทศไทยตั้งแต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งที่ 66/2523 เมื่อ 23 เม.ย.2523 เพื่อเป็นนโนบายต่อสู้กับ 'พรรคคอมมิวนิสต์' โดยเน้นการเมืองนำการทหารขจัดความไม่เป็นธรรมในสังคม และปฏิบัติต่อผู้หลงผิดที่เข้ามอบตัว อย่างประชาชนร่วมชาติ จนนำไปสู่การประกาศยุติการสู้รบในเวลา 8 ปีต่อมา

และในปี 2543  รัฐบาล ชวน หลีกภัย ประกาศยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 พ.ศ. 2543  เป็นผลให้การกระทำเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ไม่เป็นความผิดในประเทศไทย ยุติคณะกรรมการเฝ้าระวังและหมดอำนาจพิเศษในการจับกุมปราบปรามผู้ต้องหาคดีคอมมิวนิสต์ของภาครัฐทั้งหมด

สิ่งที่เหลืออยู่ในปัจจุบันคือองค์กร 'พรรคคอมมิวนิสต์' แต่ไร้ซึ่งบทบาท  ในขณะกองกำลังสาขาต่างๆ แปรสภาพเป็น 'ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย' อยู่ภายใต้การดูแลกองอำนายการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ส่วนมวลชนแยกย้ายใช้ชีวิตตามปกติ บางคนเข้าเป็นนักการเมือง นักดนตรี นักกิจกรรม เช่น นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายสุรชัย จันทิมาธร หรือ หงา คาราวาน ศิลปินแห่งชาติ นักร้อง นักดนตรีเพลงชื่อชีวิต นายคำนูณ สิทธิสมาน นายแก้วสรร อติโพธิ เป็นต้น 

ฝัน ฝัน หวานของมาร์กซิสต์สุดโต่งจะเป็นจริงหรือไม่ จะไปถึงจุดออกัสซั่มหรือไม่ หรือจะฝันค้างต่อไปเพื่อรอชาติหน้า เดี๋ยวได้รู้กัน

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/912029

#RoundtableThailand
roundtablethailand.com

 

 

 

Related stories